หยิ่งหนีซ่อนตัวภายใต้ความมืดตลอดเวลา ดังนั้นหลินเมิ้งหยาจึงมองเห็นใบหน้าของเขาได้ไม่ชัดเจน
แต่เมื่อได้รับคำสั่งจากป๋ายหลง หยิ่งหนีขยับฝีเท้าก้าวออกมายืนท่ามกลางแสงไฟ
หยิ่งหนีรูปร่างสูงใหญ่ เขาสวมชุดสีดำน่าหวั่นคร้าม
ขณะเดียวกันมือข้างหนึ่งยกขึ้น หลินเมิ้งหยาตกตะลึงไม่น้อย
“ในเมื่อท่านป๋ายหลงอยากพบข้า เหตุใดต้องทำเรื่องยุ่งยากเช่นนี้เล่า แต่ข้าไม่ชอบพบหน้าคนแปลกหน้าเท่าไรนัก มิสู้ท่านป๋ายหลงกล่าวมาตอนนี้เลยเล่า”
มือทั้งสองข้างของหยิ่งหนีกำดาบสีทองดำสองเล่มเอาไว้ในมือ
เพียงมองปราดเดียวก็รู้ได้ว่าประตูเหล็กบานนี้ไม่อาจรับแรงดาบสองเล่มนั้นไหว
เช่นนั้นมิสู้ฉีกหน้าตัวเองดูสักคราเพื่อยื้อเวลาไม่ดีกว่าหรือ ?
เพียงได้ยินเสียงของหลินเมิ้งหยา ป๋ายหลงก็ยกมือขึ้นข้างหนึ่ง หยิ่งหนีจึงกลับไปยืนใต้ความมืดดั่งเดิม
“ข้าบุ่มบ่ามเกินไปแล้ว อันที่จริงข้าไม่ได้คิดร้ายกับอันเล่อจวิ้นจู่เลยแม้แต่น้อย ข้าเพียงแค่อยากเชิญท่านไปเป็นแขกสักสองสามวันเท่านั้น หากจวิ้นจู่อนุญาต เช่นนั้นพวกเราไปกันตอนนี้เลยเป็นอย่างไร ?”
ป๋ายหลงรู้แล้วว่าชัยชนะอยู่ในกำมือของตนเอง ตอนนี้หลินเมิ้งหยาไม่มีหนทางหนีรอด ดังนั้นน้ำเสียงของ