เขาจึงเจือความภาคภูมิใจอยู่หลายส่วน ราวกับเขามั่นใจแล้วว่าหลินเมิ้งหยาจะต้องเชื่อฟังคำพูดของตน
“ที่แท้ก็ต้องการเชิญข้าไปเป็นแขก ท่านให้เกียรติกันเกินไปแล้ว ด้วยตำแหน่งของท่านป๋ายหลง ขอเพียงส่งป้ายเชิญมาให้ข้า ข้าจะต้องไปเยี่ยมเยียนท่านอย่างแน่นอน แต่วันนี้ข้าไม่สะดวกนัก เชิญท่านป๋ายหลงกลับไปก่อนเถิด แล้วข้าจะไปเยี่ยมท่านถึงหน้าประตูในวันหลัง”
หลินเมิ้งหยาดึงจูเหยียนออกห่างจากประตู แม้หยิ่งหนีจะกลับไปอยู่ใต้เงามืดแล้ว ทว่าความอันตรายยังคงมีอยู่
ป๋ายหลงจะไม่รู้ว่านางกำลังยื้อเวลาได้อย่างไร แต่เพราะทั้งสองฝ่ายยังคงหวาดระแวงซึ่งกันและกัน ดังนั้นจึงยืนปะทะฝีปากกันที่นี่
“ไม่จำเป็นหรอก วันนี้ข้าบังเอิญมีเวลาพอดี อันเล่อจวิ้นจู่ ข้าแนะนำให้ท่านเชื่อฟังแต่โดยดีจะดีกว่า หยิ่งหนี จงไปเชิญจวิ้นจู่ออกมา”
ป๋ายหลงคร้านที่จะปะทะฝีปากกับหลินเมิ้งหยา หลังจากออกคำสั่งแล้ว ดาบทั้งสองในมือของหยิ่งหนีก็เงื้อขึ้นกลางอากาศแล้ววาดลงบนประตูเหล็ก
ทันใดนั้นบานประตูเหล็กที่เคยตั้งตระหง่านแข็งแกร่งกลับกลายเป็นเต้าหู้อ่อนชิ้นหนึ่งที่ฉีกขาดออกจากกันอย่างง่ายดาย
หลินเมิ้งหยาและจูเหยียนสูดลมหายใจเย็นเข้าปอด
เหตุเพราะมีหยิ่ง