“เจ้ารู้ความมากมิใช่หรือ ? ขอร้องข้าสิ หากเจ้าขอร้อง ข้าอาจจะมีแก่ใจช่วยเจ้าสักครั้ง”
จูเหยียนยังคงแสดงท่าทางโอหัง ราวกับความคิดน่ารังเกียจเช่นนี้สามารถบรรเทาความโศกเศร้าที่ถูกนายท่านทิ้งไปได้
ขณะเดียวกันหัวคิ้วหลินเมิ้งหยาขมวดแน่น ดูเหมือนเด็กคนนี้คงคิดว่านางทำอะไรเขาไม่ได้
“ขอร้องเจ้า ? เจ้ามีอะไรวิเศษวิโสอย่างนั้นหรือ หากขอร้องเจ้าข้าคงได้ตายเร็วขึ้นกว่าเดิม ช่างเถิด ข้าไปหาอาซิ่วดีกว่า อย่างน้อยนางก็มีประโยชน์มากกว่าเจ้า”
นางแสดงสีหน้าดูแคลน ท่าทางที่เปลี่ยนไปอย่างฉับพลันของหลินเมิ้งหยาทำให้จูเหยียนอึ้งงัน
สายตามองนางที่หมุนตัวขวับอย่างไม่ลังเล จูเหยียนที่เคยมีท่าทางโอหังพลันร้อนใจ เขารีบวิ่งเข้าไปขวางหน้าหลินเมิ้งหยาพร้อมทั้งยกแขนทั้งสองขึ้นเพื่อหยุดนางเอาไว้
“ห้ามไป !นางคนนั้นใช้เป็นเพียงแค่ยาพิษเท่านั้น !ฮึ คนมากมายถึงเพียงนั้น นางไม่กินยาตายก็ดีเท่าไรแล้ว”
มองท่าทางเคียดแค้นของจูเหยียน หลินเมิ้งหยาแอบนึกขันในใจ
เด็กคนนี้อ่อนไหวเกินไปแล้ว ทั้งทีเอ่ยยั่วยุเขาเพียงเล็กน้อย แต่อีกฝ่ายกลับควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่
หลินเมิ้งหยากอดอกจ้องเด็กน้อยตรงหน้า ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว นางจึงอยู่ใน