ามารถปฏิเสธหญิงงามได้”
คำพูดนี้มิผิดแน่ หลินเมิ้งหยาตั้งสมาธิแล้วเดินตามหลังจูเหยียนเข้าไปในห้องที่มีแต่กลิ่นคาวเลือด
ความมืดถูกแสงจากโคมไฟในมือของจูเหยียนไล่ออกไปแล้ว เขาเข้าไปจุดไฟภายในห้องอย่างเคยชิน
หลินเมิ้งหยายังคงยืนอยู่หน้าประตู ในที่สุดนางก็มองเห็นสิ่งที่อยู่ภายในได้อย่างชัดเจน
ห้องใต้ดินแห่งนี้หลงเหลือเพียงความว่างเปล่า
ทว่าตรงกลางยังมีสระน้ำขนาดห้าเมตรตั้งตระหง่านอยู่ ภายในเต็มไปด้วยน้ำเปล่า
แต่เพราะเคยถูกเลือดเทลงไปค่อนข้างมาก ฝาผนังหรือก้อนหินบนพื้นล้วนมีคราบเลือดกระเซ็นเกรอะกรังอยู่
ก้อนหินสีใสมีคราบเลือดติดอยู่มิต่างอันใดจากหลอดเลือดของมนุษย์
กลิ่นคาวเลือดจางลงแล้ว บางทีอาจเพราะถูกอาบไปแล้วหลายหน
หลินเมิ้งหยาเดินอ้อมสระน้ำแล้วหยุดลงที่ฝั่งตรงข้าม หากมิใช่เพราะคำบอกเล่าของหงอวี้ นางคงไม่มีวันรู้เลยว่าสระน้ำแห่งนี้เคยเต็มไปด้วยโลหิตมนุษย์
“ซู่เหมยเคยเป็นแขกที่นี่เช่นเดียวกัน อันที่จริงที่นี่ไม่มีกลิ่นคาวเลือดมากนัก เหตุเพราะมีเครื่องหอมผสมลงไปค่อนข้างมาก พอพูดเรื่องนี้ขึ้นมาแล้ว ข้าอดนึกถึงช่วงเวลาเหล่านั้นไม่ได้”
จูเหยียนจงใจยั่วยุหลินเมิ้งหยา เหตุเพราะเขามักพ่ายแพ้ให้แก่นางเสมอ