“ข้ากับเขานับเป็นครอบครัวเดียวกัน เขาเป็นหนึ่งในคนที่สำคัญที่สุดของครอบครัวข้า ข้าเองก็เป็นครอบครัวของเขาเช่นเดียวกัน”
ระหว่างนางและชิงหูล้วนไม่มีความสัมพันธ์ระหว่างหนุ่มสาวมาเกี่ยวข้อง หลินเมิ้งหยาย่อมรู้เรื่องนี้ดีกว่าใครทั้งหมด
ด้วยอุปนิสัยของชิงหู เป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะพูดล้อเล่นกับนางอย่างเป็นธรรมชาติเช่นนี้
แต่เพราะทุกคนล้วนรู้ดีว่าแต่ละฝ่ายเป็นครอบครัวของกันและกัน ดังนั้นจึงมิได้คิดสิ่งใด
เฉกเช่นเดียวกับพี่ชายคนหนึ่ง นางไม่เคยกังวลว่าเขาจะทรยศตนเองหรือละทิ้งคนในครอบครัว
“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ วาสนาของเขาดียิ่งนัก การที่คนอย่างพวกเรามีครอบครัวให้คะนึงถึงก็นับว่าคุ้มค่าแล้วที่ได้เกิดมาบนโลกใบนี้”
อยู่ๆ จูหยุนก็ยิ้มขึ้น ราวกับได้ปล่อยวางบางสิ่งบางอย่างแล้ว
สายตาที่มองทางหลินเมิ้งหยามีความอ่อนโยนอยู่หลายส่วน
บางทีนางอาจเป็นคนที่สามารถทำให้พวกเขาหลุดพ้นจากโชคชะตาอันแสนเลวร้ายนี้ดั่งที่ชิงหูกล่าวก็เป็นได้
เขาไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ย
“ข้ารู้ว่าท่านเกิดในตระกูลนักรบ แต่เกรงว่าท่านคงยังไม่รู้เรื่องในยุทธภพดีหรอกกระมัง ?”
บางทีชิงหูอาจปกปิดเรื่องบางอย่างจากจูหยุน อย่างเช่นเรื่องการ