ำคอมีรอยเลือด
ดวงตาเหลือกโต แสงแห่งความหวังค่อยๆ ดับไป
มือที่เคยขยำชายกระโปรงของหลินเมิ้งหยาไร้ซึ่งเรี่ยวแรงและตกลงบนพื้น
“แยกย้ายกันไปเถิด หากมีใครถามจงบอกว่าข้าเป็นผู้สังหารนาง”
ดึงมีดของตนเองกลับด้วยท่าทางสงบนิ่ง โลหิตสีแดงสดมิได้ชโลมใบมีดคมกริบของนาง
ดวงตาตวัดมองทางประตูพระจันทร์ ร่างที่แอบซ่อนอยู่ในที่ลับจู่ๆ ก็หายไปแล้ว
คาดว่าเหตุที่ลากซู่เหมยมาที่นี่ก็เพราะต้องการดูว่านางจะจัดการเช่นไร
ในสายตาของจูหยุน นางคงกลายเป็นคนโหดเหี้ยมอำมหิตไปแล้ว
ช่วยไม่ได้ ถึงอย่างไรคนที่ลากตัวซู่เหมยที่ใกล้ตายอยู่รอมร่อมาหานางก็คือเขา เท่านี้ก็พอจะมองออกแล้วว่าเขากำลังทดสอบนาง
มิฉะนั้นเขาจะกำจัดนางให้ตนเองเห็นได้อย่างไร
จูหยุนกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่ ?
“ชายาอวี้เป็นคนเด็ดขาดสมคำร่ำลือ ชีวิตเล็กๆ นี้จบลงไปอย่างสงบแล้ว”
น้ำเสียงอ่อนโยนสง่างามดังขึ้นจากทางด้านหลังของหลินเมิ้งหยา
หลินเมิ้งหยาผินหน้าไปมองต้นเสียง ขณะเดียวกันซู่เหมยก็ถูกลากร่างไปแล้ว
รอยเลือดคดเคี้ยวเป็นทางยาว ไม่รู้ว่านางจะถูกนำร่างไปฝังไว้ที่ใด
“หากความตายควรค่ากว่าการมีชีวิต เช่นนั้นจะมีชีวิตอยู่ไปเพื่ออะไร ข้าย่อมต้องรับผิดชอบชีวิ