้าของหลินเมิ้งหยาแปลกประหลาดยิ่งนัก นอกจากจะหมดความอดทนแล้ว ยังเจือไปด้วยความขยะแขยง
“หากข้าเดาไม่ผิด พวกเขาจับตัวหญิงสาวเหล่านั้นมาไม่เพียงเพื่อฝึกสอนแล้วนำไปขาย แต่พวกเขายังนำพวกนางไปใช้งานอย่างน่าเวทนา อย่างเช่นการสูบเลือดจากกายของพวกนางมาเพื่อคงความง งามของผู้หญิง”
เมื่อประโยคนี้หลุดออกมา ไม่เพียงอาซิ่วเท่านั้น แม้แต่หลงเทียนอวี้และจั่วชิวอวี้ล้วนอึ้งงัน
“ไม่…ไม่มีทาง การนำโลหิตมนุษย์มารักษาความเยาว์วัยเป็นเพียงเรื่องเพ้อฝันเท่านั้น”
จั่วชิวอวี้เอ่ยเสียงติดขัด พวกเขาเคยได้ยินเรื่องราวน่าหวาดกลัวเหล่านี้แต่เพียงในนิทานเท่านั้น
คิดไม่ถึงเลยว่าหลินเมิ้งหยาจะคาดเดาเช่นนี้
“ประสิทธิภาพของเลือดมิได้ธรรมดาเหมือนอย่างที่พวกเราคิดหรอก หากนำเลือดของหญิงสาวที่ดื่มยาสมุนไพรชั้นดีมาอาบแล้วล่ะก็ เช่นนั้นจะสามารถกลบกลิ่นคาวเลือดได้ แต่เพราะสัตว์พิษ ของอาซิ่วไม่ถูกรบกวนด้วยยาสมุนไพรเหล่านั้น ฉะนั้นพวกมันจึงตื่นตัวขึ้นมา”
ยิ่งไปกว่านั้นหากยาสมุนไพรไหลเวียนอยู่ในเลือดมาอย่างยาวนานแล้ว ประสิทธิภาพที่ได้รับย่อมดีกว่ามาก
ในสมัยปัจจุบันมีคนนำยาสมุนไพรไปเลี้ยงไก่และหมูเพื่อผลลัพธ์เช่นนี้เช่นเดียวกัน
ทว่าในสมัยนี้ใช้เล