หลงเทียนอวี้เดินออกไปได้ไม่ไกลนักก็ได้ยินเสียงในห้องดังลอดออกมา
หัวคิ้วขมวดมุ่น เขาหมุนตัวเดินกลับเข้าไปภายในอีกครั้ง
“เมิ้งหยา! จั่วชิวอวี้ เข้ามาเร็ว!”
เพียงผ่านประตูเข้าไป เขาก็เห็นหลินเมิ้งหยาที่ล้มลงหมดสติอยู่กับพื้น
มุมปากของนางเปรอะเปื้อนไปด้วยโลหิตสีแดงสด หัวใจหลงเทียนอวี้บีบรัดแน่น
ทว่าใบหน้าของหลินเมิ้งหยาแดงระเรื่อผิดปกติ หลงเทียนอวี้แหวกแขนเสื้อของนางออก ก่อนจะพบว่าไหล่ขวาของนางบวมแดงอีกหนแล้ว หัวใจของเขาสั่นสะท้าน
“เป็นอะไร? เกิดอะไรขึ้น?”
จั่วชิวอวี้ที่ได้ยินเสียงตะโกนเรียกรีบวิ่งเข้ามา หลังจากได้เห็นหลินเมิ้งหยาในอ้อมกอดของหลงเทียนอวี้ เขาตกตะลึงงันในทันที
“นี่มัน…หลงเทียนอวี้ รีบอุ้มนางไปวางที่เตียง!”
หลงเทียนอวี้ไม่กล้าปล่อยนางให้ห่างตัว เขาอุ้มหลินเมิ้งหยาแล้วนั่งลงอุ้มนางบนเตียงด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
จั่วชิวอวี้รีบจับชีพจร ทว่าสีหน้าเคร่งขรึมกว่าเดิมมาก
“ทำไมจึงเป็นเช่นนี้! นาง…นางไร้สัญญาณชีพจรแล้ว! ลมหายใจเล่า? นางยังหายใจอยู่หรือไม่?”
สถานการณ์พลิกผันเกินคาดเดา
หลินเมิ้งหยาที่มีอาการปกติเมื่อครู่บัดนี้ไร้ซึ่งชีพจรแล้ว
ทว่ารอยแดงราวไส้เดือนดินที่แขนขวาของนา