ทว่าคนในหอป๋ายเฉาเคยเห็นอาการเจ็บป่วยมานับไม่ถ้วน ดังนั้นพวกเขาจึงมิได้สนใจเท่าไรนัก
หลินเมิ้งหยาตั้งใจเดินเข้าไปยังข้างศพของตู้จ่ง ก่อนจะชี้ไปที่แขนขวาของเขา
“มือขวาของเขาถือกุญแจของกล่องใบนี้เอาไว้ แต่ข้าอยากถามผู้อาวุโสเหลือเกิน กล่องใบนี้เป็นของที่ใช้ในการแข่งขันของเซิ่นจวิ้นอ๋อง เช่นนั้นเหตุใดตู้จ่งจึงมีกุญแจไขได้เล่า? หร รือมีใครตั้งใจคิดใช้ความตายของตู้ต่งมาป้ายความผิดให้เซิ่นจวิ้นอ๋องกัน?”
หลินเมิ้งหยาเป็นฝ่ายสร้างความลำบากให้แก่พวกเขาก่อน ดังนั้นพวกหนานรุ่ยจึงรับมือไม่ทัน
แต่ถึงกระนั้นขิงแก่ก็ย่อมเผ็ดร้อน ดวงตาฉายแววกระวนกระวายเพียงชั่วครู่ ก่อนสีหน้าจะสงบนิ่งลง เขาหันไปมองตู้ต่งอย่างไม่เป็นมิตร
“สมควรตายแล้ว! ยังอาจทำเรื่องน่าขายหน้าเช่นนี้ เจ้าสมควรตาย!”
หลังจากได้ยินคำพูดของหนานรุ่ย เฉียนอวี้หมิงจึงไม่พอใจขึ้นมา
“ผู้อาวุโสหนาน บางทีเรื่องนี้อาจมีคนวางแผนเอาไว้ก็ได้! ยิ่งไปกว่านั้นที่นี่คืออุโมงค์น้ำแข็ง เหตุใดเซิ่นจวิ้นอ๋องจึงไม่คิดหาวิธีเปิดกล่องปริศนา ณ ที่พัก เหตุใดจึงต้องนำมาเปิด ที่นี่ด้วย! อีกอย่างตู้จ่งเป็นคนที่ข้าส่งไปต้อนรับพวกเขาด้วยความหวังดี ทว่าวันนี้เขากลับต้องตายไปอย่างไม่