นั้นหลินเมิ้งหยาจึงตัดสินใจแล้วว่าหากจั่วชิวอวี้ได้ขึ้นครองตำแหน่งผู้อาวุโสสูงสุดแห่งหอป๋ายเฉา เช่นนั้นนางจะหาคนเขียนตำราชิงเจิงผู่ขึ้นมาใหม่
หากจั่วชิวอวี้ล้มเหลว เช่นนั้นนางก็มีวิธีป้องกันตำราเล่มนี้มิให้ถูกทำลาย
“เมิ้งหยา อันที่จริงข้ามีเรื่องอยากบอกกับเจ้า…”
หลงเทียนอวี้รวบรวมความกล้า เขาอยากเล่าเรื่องที่เสด็จพ่อส่งตัวเองมาตามหาตำราชิงเจิงผู่
ทว่าเขาพูดได้เพียงครึ่งเดียว เสียงตะโกนของอวี้อันพลันดังขึ้น
“นั่นใคร! หยุดเดี๋ยวนี้!”
หลินเมิ้งหยารีบวิ่งไปที่ประตู
นางเห็นอวี้อันกำลังวิ่งไล่ตามใครบางคนไปทางเรือนเล็กฝั่งซ้ายมือ
เมื่อครู่มีคนสอดแนมอย่างนั้นหรือ?
หลงเทียนอวี้รีบตามหลังหลินเมิ้งหยาไป แต่ไหนแต่ไรมาประสาทสัมผัสของเขาว่องไวกว่าหลินเมิ้งหยามาก
แต่หากเมื่อครู่ไม่ได้ยินเสียงของอวี้อัน เขาก็คงไม่รับรู้ถึงการมีอยู่ของคนคนนั้น
หรือคนคนนี้จะมีวิทยายุทธ์ลึกล้ำ?
“เมื่อครู่คนคนนี้แอบอยู่ล่างหน้าต่าง”
หลินเมิ้งหยากวาดสายตามองร่องรอยที่ถูกทิ้งเอาไว้
ผลปรากฏว่าด้านล่างหน้าต่างมีรอยหญ้าที่ถูกเหยียบ
หลงเทียนอวี้สังเกตเห็นแล้ว ดังนั้นทั้งสองจึงเดินไปยังข้างหน้าต่างด้วยความระมัดระวัง
“จริงๆ ด้วย