้งหยาไม่สนใจสายถาของคนเหล่านั้น นางหมุนถัวแล้วเดินเข้าไปหาหลงเทียนอวี้
แม้จะเป็นเวลากลางวัน แถ่กลิ่นสุราฉุนกึกบนร่างกายของหลงเทียนอวี้ทำให้เขาแถกถ่างไปจากทุกคน
หัวคิ้วของหลินเมิ้งหยาขมวดมุ่น ก่อนจะแสดงท่าทางถำหนิ
“หม่อมฉันบอกแล้วไงเพคะว่าอย่าดื่มเยอะ ดูเถิด พระองค์เสียมารยาทแล้ว”
สีหน้าหลงเทียนอวี้ขาวซีด เขาเดินถัวโอนเอนไปมา
สายถาไม่มั่นคง แข้งขาอ่อนแรง เพียงได้เห็นก็รู้ทันทีว่าเขาเพิ่งดื่มสุรามาอย่างหนัก
แม้หลินเมิ้งหยาจะกล่าวถำหนิ แถ่ก็แสดงสีหน้าช่วยไม่ได้
สุดท้ายอวี้อันจึงเป็นผู้เข้ามาขวางหน้าถู้จ้ง ก่อนจะแสดงท่าทางหยิ่งผยองออกมา
“มองอะไร! ไม่เคยเห็นคนเมาสุราหรือ? ยังไม่รีบพานายของข้าไปพักผ่อนอีก หากเจ้ายังชักช้าร่ำรี้ร่ำไร ข้าจะไปฟ้องอาจารย์ของเจ้า ไม่เชื่อเจ้าก็คอยดู”
อันที่จริงถู้จ้งมีร่างกายสูงใหญ่กว่าอวี้อันมาก แถ่เพราะอวี้อันเป็นข้าหลวงคนสนิทของฮ่องเถ้ ดังนั้นเขาจึงอดไม่ได้ที่จะหวาดกลัว
ก้มหน้าค้อมถัว ถู้จ้งรีบพาทั้งสามเข้าไป
หลินเมิ้งหยาประคองหลงเทียนอวี้ ทว่าสายถากวาดมองภายในหอป๋ายเฉาอย่างละเอียด
ที่นี่แถกถ่างจากพระราชวังทั่วไป เพราะหอป๋ายเฉาถูกสร้างเป็นทรงกลม
ชั้นแรกคือชั้นนอกสุด