ะนั้นหรือ?”
จั่วชิวอวี้มีท่าทางเหมือนคนไม่คิดอะไรมาก เขาหยิบยกเรื่องนี้มาล้อเลียนหลินเมิ้งหยา
“ข้าโหดเหี้ยมอำมหิตถึงเพียงนี้แล้ว เขายังจะกล้าหนีข้าไปอีกหรือ?”
เลิกคิ้วขึ้นสูง หลินเมิ้งหยาเอ่ยตอบเสียงเรียบ
ขณะเดียวกัน ชายทั้งสองที่อยู่ในห้องต่างรู้สึกว่าแผ่นหลังของตนเองเย็นวาบ
ต่อไปนี้พวกเขาห้ามทำให้นางต้องรู้สึกขุ่นเคืองใจเป็นอันขาด!
การแข่งขันยังคงดำเนินต่อไป ทว่าดวงตาคู่หนึ่งกลับเหลือบขึ้นมองยังตำแหน่งเวทีผู้รับชมด้วยความลังเล
โหวหลิงอวี้รู้สึกกระสับกระส่าย เช็ดมือทั้งสองข้าง เขามีท่าทางเหม่อลอยแม้คนป่วยจะอยู่ตรงหน้า
เมื่อครู่เขาออกไปเข้าห้องน้ำ
ระหว่างทางกลับเขาบังเอิญเหลือบเห็นจูเจียจิงและอันเล่อจวิ้นจู่เข้า
หลบอยู่ที่มุมหนึ่ง มิใช่เพราะต้องการแอบฟัง แต่เพราะไม่อยากหาเรื่องใส่ตัว
แต่ใครจะคิดเล่าว่าจูเจียจิงจะไร้ยางอายเช่นนี้
อันเล่อจวิ้นจู่เป็นหญิงสาวใสซื่อดุจหยก แต่กลับต้องตกที่นั่งลำบากเพราะชายคนนั้น
ส่วนเขาก็พลาดโอกาสเข้าช่วยพิสูจน์ความบริสุทธิ์ให้แก่อันเล่อจวิ้นจู่เพราะความลังเลของตนเอง
ดังนั้นตอนนี้เขาจึงรู้สึกผิดยิ่งนัก
ทว่านี่เป็นโอกาสสุดท้ายแล้วที่สกุลโหวจะได้กลับเข้ามาในหอป๋ายเฉา
เขา