กทั้งยังมีคนของหอป๋ายเฉาในชุดสีฟ้าอ่อนเข้ามานำทาง
แม้จะมีคนแน่นขนัด แต่กลับไม่เห็นการทะเลาะเบาะแว้งใดๆ
เมื่อพบกับคนรู้จัก พวกเขาล้วนแวะทักทายซึ่งกันและกัน หรือไม่ก็มีร้องเรียกชื่อเสียงดัง แต่นี่หาใช่สิ่งที่โดดเด่นที่สุดภายในงาน
หลังจากเกี้ยวเล็กแวะส่งคนและจากไปแล้ว ต่อมาคือเกี้ยวสีแดงและม่วงที่มีเพียงขุนนางขั้นสามขึ้นไปเท่านั้นจึงจะมีได้
คนเหล่านี้มิได้ปรากฏตัวต่อหน้าราษฎรในเมืองหลวงเก่าบ่อยนัก ดังนั้นเมื่อพวกเขาปรากฏตัวออกมา เสียงร้องประกาศชื่อจากขันทีจึงดึงดูดความสนใจของทุกคน
แต่ถึงกระนั้นสิ่งที่โดดเด่นที่สุดในงานก็ยังไม่ใช่พวกเขา
ไม่นานนักเกี้ยวสีเหลืองทองสองหลังก็เคลื่อนขบวนเข้ามา
เกี้ยวสีเหลืองอร่ามดั่งทอง มีคนหาบถึงแปดคน สีเหลืองเป็นสัญลักษณ์ของเชื้อพระวงศ์ ผู้หาบเกี้ยวล้วนเคลื่อนไหวอย่างพร้อมเพรียงกัน
ครู่ต่อมาเหล่าราษฎรรีบหมอบตัวลงเพื่อต้อนรับ
แม้แต่ขุนนางที่เข้าไปภายในแล้วยังต้องลุกขึ้นยืนแล้วโค้งคำนับเพื่อทำการต้อนรับ
“เซิ่นจวิ้นอ๋องเสด็จ…”
“อันเล่อจวิ้นจู่เสด็จ….”
ชื่อทั้งสองแสดงให้เห็นถึงฐานะที่แตกต่างกัน ปฏิกิริยาตอบสนองของราษฎรย่อมแตกต่างจากเวลาที่เห็นพวกขุนนางใหญ่
เกี้ยวถูกหาบผ่านประต