ูหอป๋ายเฉาเข้าไปโดยไม่มีใครคัดค้าน ทว่าสายตาหลายคู่จับจ้องมองไปยังเกี้ยวทั้งสองเขม็ง
“ลดเกี้ยว…”
ขันทีร้องประกาศ สายตาทุกคู่เพ่งไปทางเกี้ยวทั้งสอง
ร่างทั้งสองเดินลงจากเกี้ยวด้วยท่วงท่าสง่างาม
ใบหน้าของคนทั้งสองละม้ายคล้ายคลึงกัน อีกทั้งยังงดงามน่าเคารพ สายตาของพวกเขากวาดมองทั่วทุกบริเวณ
“ถวายพระพรเซิ่นจวิ้นอ๋อง…”
“ถวายพระพรอันเล่อจวิ้นจู่…”
เสียงแสดงความเคารพดังแซ่ซ้อง เหล่าราษฎรต่างคุกเข่าลงกับพื้นแล้วส่งเสียงสรรเสริญอย่างต่อเนื่อง
เสียงอบอุ่นไม่ดังหรือเบาจนเกินไปเอ่ยด้วยท่าทางสงบนิ่ง ราวกับคุ้นชินกับสิ่งเหล่านี้แล้ว
“ลุกขึ้นเถิด”
“ขอบพระทัยเซิ่นจวิ้นอ๋อง…”
“ขอบพระทัยจวิ้นจู่….”
ทุกคนลุกขึ้นจากพื้น สายตาหันไปมองคนทั้งคู่
ฝ่ายบุรุษสวมชุดทางการสีเหลือง ปกคอเสื้อปักลายพยัคฆ์สี่กรงเล็บท่าทางน่าหวั่นคร้าม
สายคาดเอวประดับหยก ด้านล่างห้อยหยกแกะสลักลายมังกร
เส้นผมตรงยาวถูกรวบเอาไว้แล้วครอบด้วยมงกุฎทอง ใจกลางมงกุฎคือไข่มุกสีขาวเม็ดใหญ่
ใบหน้างดงามดั่งหยก ขนคิ้วเรียงสวย เมื่อเทียบกับความสง่างามของชุดแล้ว ท่วงท่าของเขาสง่างามกว่ามาก
ความน่าเกรงขามติดตัวมาแต่กำเนิด แม้สีหน้าจะอ่อนโยน แต่กลับไม่มีใครกล้าดูถูก