เขาทั้งสองจึงหาบ้านเช่าเพื่อย้ายป๋ายซ่าวไปอยู่ในสถานที่ที่ปลอดภัย
ทว่านางแสร้งทำเป็นว่าพาป๋ายซ่าวไปด้วย เท่านี้แม้จั่วหยวนอีจะคิดตลบหลังพวกนาง เขาก็ไม่มีทางหาป๋ายซ่าวเจอ
ขอเพียงพวกเขาหนีรอดออกไปได้แล้ว คาดว่าการป้องกันของจวนอวี้หลงก็จะผ่อนคลายลง เท่านี้พวกเขาก็จะสามารถพาป๋ายซ่าวหนีไปได้ทุกเมื่อ
ท้องฟ้าเริ่มมีประกายแสงเรื่อเรือง สิ่งที่เตรียมไว้ล้วนพร้อมแล้ว
หลินเมิ้งหยานั่งอยู่ในรถม้า ดวงตาแดงก่ำดั่งดวงตาของกระต่าย
คาดว่าการเดินทางในคราวนี้จะต้องก้าวเข้าสู่สมรภูมิรบอีกหนแล้ว
“ย่ะห์!”
รถม้าเคลื่อนตัวออกไป ขณะที่รถม้าเคลื่อนผ่านใจกลางตำบลอวี้ สายตาของนางพลันเหลือบไปเห็นชายพิการตาบอดในชุดขาดวิ่นกำลังถูกเด็กสองสามคนรุ มด่ารุมตี
โลหิตสีแดงสดรินไหลออกจากบาดแผลเปรอะเปื้อนใบหน้า เขาจึงดูน่ากลัวมากขึ้น
ทว่าชายคนนั้นกลับไม่มีลิ้น เขาทำได้เพียงส่งเสียงงึมงำเพราะความเจ็บปวด
คุณชายรองผู้หยิ่งทะนงในวันนั้นตกนรกทั้งเป็นไปแล้ว
หลินเมิ้งหยาปล่อยชายผ้าม่านลงแล้วหลับตา