าของตนอยู่เป็นนิจ
ทว่าหลินเมิ้งหยามีสีหน้าท่าทางคล้ายคนไม่ทุกข์ร้อน มือเล็กหยิบแอปเปิลเข้าปาก ซ้ำยังวางหนังสือลงเพื่อรับรสเ เปรี้ยวหวานของผลไม้อย่างเต็มที่
ในใจลอบถอนหายใจเฮือกใหญ่ เมื่อเช้าซู่เหมยคิดอยากมอบกายถวายตัวให้เขาจริงๆ
แม้เขาจะโยนนางออกจากห้องอย่างไม่ใยดี แต่คิดไม่ถึงเลยว่าจะมีข่าวฉาวโฉ่ออกไปเช่นนี้
ตอนนั้นเองที่เขาเพิ่งเข้าใจว่าซู่เหมยต้องการให้คนในจวนเห็นละครฉากนั้น นางจึงเข้ามาในห้องของเขาแล้วก่อเร รื่อง
แต่สิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจคือไม่คิดว่าฝั่งหลินเมิ้งหยาจะสงบนิ่งเช่นนี้
เขาผ่อนคลายลงเล็กน้อย แม้ลึกๆ ในใจจะรู้สึกขุ่นมัวอยู่หลายส่วน แต่ความรู้สึกนี้เกิดขึ้นเพราะเหตุใดเขาเองก็ไม ม่เข้าใจ
บางทีอาจเพราะ…หลินเมิ้งหยาไม่ควรมีท่าทางมิแยแสถึงเพียงนี้กระมัง
ทว่านับตั้งแต่ช่วงเวลาอาหารกลางวันจนกระทั่งยามนี้หลินเมิ้งหยายังไม่ปริปากสนทนากับเขาเลยแม้เพียงครึ่งคำ
ทำได้เพียงยับยั้งความสับสนกระวนกระวายทั้งหลายแล้วจดจ่อกับการปอกแอปเปิล ในที่สุดแอปเปิลก็เหลือเพียงแกน
หลินเมิ้งหยาเลิกคิ้วขึ้นสูง สายตาจับจ้องบุรุษตรงหน้า
นี่…เขาแน่ใจหรือว่ากำลังปอกให้นางกิน?
“ให้ป๋ายซ่าวมาทำเถิดเพคะ”
สายตาของห