นี้เพราะท่านแม่
เฮ้อ แค่คิดก็อดทอดถอนหายใจไม่ได้
“นายหญิง! นายหญิง! ท่าน…ท่านไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่?”
เสียงร้องตะโกนโหวกเหวกโวยวายดังขึ้นดึงสติของนางกลับมา
หลินเมิ้งหยาหันกลับไปมอง ก่อนจะได้เห็นร่างบางของอาซิ่วและป๋ายซ่าวที่กำลังวิ่งโร่เข้ามาจากด้านนอก
ไม่ได้เจอกันเพียงชั่วขณะเดียว แต่พวกนางกลับผอมลงมาก
โดยเฉพาะหญิงสาวดวงตาเปล่งประกายราวหยดน้ำที่มีขอบตาบวมเป่งดั่งลูกท้อคู่นั้น
เกิดอะไรร้ายแรงขึ้นอย่างนั้นหรือ? รอยยิ้มที่มุมปากหุบลงในทันใด ความรู้สึกร้อนรุ่มใจเข้ามาแทนที่
การที่มีใครสักคนทำดีกับตัวเองด้วยความจริงใจช่างเป็นโชคดีที่หาได้ยากยิ่ง
“ข้าไม่เป็นไร แขนขวาหลุดแต่เพียงเท่านั้น หลายวันมานี้จึงออกแรงมากไม่ได้เหมือนก่อน ดูเจ้าเถิด ข้าไม่เป็นไรเสียหน่อย เหตุใดเจ้าต้องร้องห่มร้องไห้ถึงเพียงนี้เล่า!”
บาดแผลภายนอกไม่สาหัส ยิ่งมียาครอบจักรวาลช่วยบำรุง ร่างกายจึงกลับมาเป็นปกติเหมือนก่อนอย่างรวดเร็ว ส่วนเรื่องที่ว่าแขนขวาจะยังสามารถใช้งานได้หรือไม่นั้น นางยังมิอาจแน่ใจ
“ข้าเป็นห่วงท่านนี่เจ้าคะ แต่ก่อนท่านขี่ม้าเป็นเสียที่ไหน เหตุใดอยู่ที่นี่จึงได้เอาแต่ใจนักเล่า? ข้าขอดูหน่อยเถิดว่ายังบุบสลายตรงไหน