กระทบร่าง
หยิบยาช่วยย่อยเข้าปาก รสชาติหวานอมเปรี้ยวทำให้ดวงตาของหลินเมิ้งหยาหรี่เล็กลง
“กินอะไรอยู่อย่างนั้นหรือ เหตุใดจึงไม่แบ่งเปี่ยวเกอบ้างเล่า?”
ท่ามกลางแสงจันทร์ ร่างหนึ่งพลันปรากฏขึ้น
รูปร่างสูงโปร่งปลดเปลื้องชุดหรูหราลวดลายมังกรออกแล้ว ท่วงท่างามสง่าทั้งยังน่าเกรงขาม
หลินเมิ้งหยาหัวเราะ ก่อนจะพยิบยาเม็ดเล็กสีแดงเข้มใส่ฝ่ามือแล้วยื่นให้จั่วชิวเฉิน
“โอ้ ที่แท้ก็ลูกอมนี่เอง เปี่ยวเม่ยนิสัยเหมือนเด็กยิ่งนัก แต่น่าเสียดายที่ข้าไม่มีเวลาผ่อนคลายเช่นนั้นอีกแล้ว”
แม้จะกล่าวเช่นนั้น แต่จั่วชิวเฉินกลับหยิบเข้าปาก
รสชาติหวานอมเปรี้ยวปลดเปลื้องความขมขื่นในหัวใจ
กลืนรสชาติหวานอมเปรี้ยวลงคอ ราวกับความทุกข์ใจทุเลาลงหลายส่วน
“ท่านมีเรื่องทุกข์ใจก็เลยนอนไม่หลับหรือ?”
แม้จะรู้อยู่แก่ใจแต่ก็ยังมิวายเอ่ยถาม หลังจากทำความรู้จักกันอยู่หลายวัน หลินเมิ้งหยารู้สึกได้ว่าญาติผู้นี้คนนี้มิใช่คนยอมตื่นเช้าหากไม่มีกำไร
เอาอกเอาใจนางอย่างเต็มที่ อีกทั้งยังปฏิบัติต่อมิตรสหายของนางเป็นอย่างดี หากกล่าวว่าเขาไม่มีจุดประสงค์อื่น คงมีแต่ภูตผีเท่านั้นที่จะเชื่อ
“เกรงว่าเหตุผลของพวกเราจะเหมือนกัน”
จั่วชิวเฉินเกริ่นนำ แต่หลิน