ยเป็นวีรสตรีกู้โลกไปเสียแล้ว ใครเป็นคนเล่าเรื่องพวกนี้ให้เจ้าฟังกัน ข้าจะไปเก็บค่าลิขสิทธิ์กับเขาสักหน่อย”
อาซิ่วรีบแลบลิ้นล้อเลียน แต่กลับไม่ยอมบอกว่าใครเป็นผู้เล่า
หลินเมิ้งหยาไม่เค้นถามนาง เหตุเพราะเรื่องในคราวนั้นหาใช่ความลับ หากทุกคนรู้ก็ปล่อยให้รู้ไปเถิด
หาใช่เรื่องอัปยศอดสูแต่อย่างใด แต่บางทีก็กล่าวชมเกินไปจริงๆ
หลังจากทักทายกันอยู่ครู่หนึ่ง คนทั้งจวนก็ได้รู้ว่าแขกทั้งสองเป็นคนสำคัญ
ในเมื่อป๋ายซ่าวมาแล้ว เช่นนั้นคนที่เปลี่ยนผ้าพันแผลและใส่ยาย่อมเป็นหน้าที่ของนาง
เหตุเพราะพวกนางทั้งสองมีรูปโฉมงดงาม ฝีปากอ่อนหวานชวนหลงใหล ซ้ำยังทำงานคล่องแคล่วว่องไว ดังนั้นเวลาเพียงครึ่งวันก็สนิทสนมคุ้นเคยกับพวกสาวใช้แล้ว
จวนอ๋องที่เคยเยือกเย็นมีชีวิตชีวากว่าก่อนมาก
หลินเมิ้งหยาที่ได้เจอกับพี่น้องทั้งสองอารมณ์ดีเป็นอย่างมาก ตอนเย็นจึงกินข้าวมากกว่าหนึ่งชาม หลงเทียนอวี้จึงเบาใจลงมาก
แต่เพราะกินมากจนเกินไป หลินเมิ้งหยาจึงรู้สึก…จุก!
เหตุเพราะความตื่นเต้นดีใจ ดังนั้นร่างกายของนางจึงรับไม่ไหว
ความทรมานจากอาการจุกทำให้นางมิอาจข่มตาหลับ
สุดท้ายต้องขอให้คนประคองตนเองไปด้านนอกเพื่อมองดูพระจันทร์ สายลมเย็นพัดผ่าน