ิ้นอ๋องของเจ้าเหลือเกิน ก่อนเจ้าจากไปเจ้ารับปากอันใดไว้กับเจิ้นจำได้หรือไม่? ตอนนี้เมิ้งหยากลายเป็นแบบนี้ไปแล้ว เหตุใดเจ้ายังมีชีวิตอยู่กันเล่า?”
จั่วชิวเฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์ คำพูดที่มักเอื้อนเอ่ยกับน้องชายร่วมอุทรคมกริบราวหอกดาบ
ทว่าจั่วชิวอวี้กลับไม่ขุ่นเคืองเลยแม้แต่น้อย แต่หากเมื่อใดมีโทสะ เขาก็ทำเพียงตอบโต้คำหนึ่ง จากนั้นก็กลับมานั่งบ่นพึมพำข้างเตียงหลินเมิ้งหยาต่อ
หลงเทียนอวี้เมินเฉยสองพี่น้องคู่นี้ เขาทำเพียงมองใบหน้าของหลินเมิ้งหยา
อยู่ๆ หางตาพลันเหลือบไปเห็นนิ้วมือข้างซ้ายของนางขยับเล็กน้อย
ลูบดวงตาหนหนึ่งเพราะคิดว่าตัวเองตาฝาด
แต่คิดไม่ถึงเลยว่ามือซ้ายที่เขากำลังกุมอยู่จะขยับจริงๆ
“เลิกทะเลาะกันได้แล้ว! นางขยับแล้ว!”
ตะคอกเพียงหนเดียวแต่กลับทำให้เสียงในห้องเงียบกริบ สายตาทุกคู่จับจ้องมองทางหญิงสาวบนเตียง
“เมิ้งหยา เมิ้งหยา เจ้าฟื้นแล้วใช่หรือไม่?”
หลงเทียนอวี้ร้องเรียกเบาๆ น้ำเสียงเปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้นระคนคาดหวัง
มือซ้ายกระตุกอีกหน คราวนี้ทุกคนเห็นได้อย่างชัดเจน
หลงเทียนอวี้รู้สึกราวกับว่ามือเล็กๆ ของนางกำลังถือดวงใจของเขาอยู่ ทุกครั้งที่นางขยับ หัวใจของเขาพลัน