แม้หงอวี้และมั่วฉินจะยังคงนึกฉงน แต่เมื่อเห็นชิงเกอดื่มกินอย่างมิใส่ใจ พวกนางจึงทำได้เพียงสะกดกลั้นความกระวนกระวายในใจเอาไว้
ถึงอย่างไรตอนนี้พวกนางก็อับจนหนทาง สู้เก็บเรี่ยวแรงและเตรียมตัวอย่างที่ชิงเกอบอกจะดีกว่า
หลังจากกินเสร็จ หลินเมิ้งหยาเทชาลงถ้วยของตนเอง ก่อนจะเหยียดขาเอนกายนั่งลงบนเก้า มุมปากหยักยิ้มน้อยๆ สายตาจับจ้องประตู
อย่างน้อยนางก็มิจำเป็นต้องสงวนท่าทีเมื่ออยู่ที่นี่ แม้ตอนอยู่จวนอวี้นางจะสามารถทำอะไรตามใจอยากได้ก็ตาม
หลังจากกินข้าวเสร็จไปได้ไม่นาน ด้านนอกพลันมีเสียงการเคลื่อนไหวอีกครั้ง
หลินเมิ้งหยาไม่ขยับเขยื้อน แสร้งทำท่าทางไม่รู้สึกตัวแต่อย่างใด แต่กลับถอนหายใจออกมาเบาๆ
“เฮ้อ พวกเจ้าคิดว่านายท่านจะอนุญาตใต้เท้าจูเหยียนหรือไม่?”
หงอวี้และมั่วฉินรอคำสั่งต่อไปของนางอยู่นานแล้ว เมื่อตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ พวกนางจึงให้ความร่วมมือกับหลินเมิ้งหยาอย่างเต็มที่
“ข้าว่าไม่ ถึงอย่างไรนางก็เป็นสินค้าชั้นดีจากเมืองเลี่ยหยุน ทำกำไรได้มากทีเดียวเชียว แม้นางจะทำให้ใต้เท้าจูเหยียนต้องขุ่นเคือง แต่ข้าว่าคงไม่ถึงกับทำให้นายท่านมีโทสะได้”
หงอวี้จงใจเอ่ยขึ้นมาด้วยท่าทางเสียดาย ทั้งสามแสร้งพูดคุย