ดูแคลนดังขึ้นที่ด้านข้าง ไม่ต้องมองหลินเมิ้งหยาก็รู้ได้ทันทีว่าเขาคือเด็กนิสัยเสียจูเหยียนคนนั้น
ที่แท้ก็ยังเป็นแค่เด็ก ใบหน้าเอิบอิ่มนวลเนียน ดวงตากลมโต สวมชุดสีเทาหม่น กอปรกับผมทรงซาลาเปาสองลูกบนศีรษะทำให้เขาดูน่ารักยิ่งนัก
น่าเสียดาย ทัศนคติและท่าทางราวกับคนที่ไม่เคยได้รับการอบรมสั่งสอน
หากอยู่ข้างนอก นางไม่เกรงใจเลยที่จะสั่งสอนเขาว่ามนุษย์ที่ดีควรเป็นเช่นไร
ทว่าตอนนี้ทำได้เพียงอดทนเท่านั้น
“ใต้เท้าจูเหยียนได้โปรดอภัยด้วย ข้าผิดเองเจ้าค่ะ”
หลินเมิ้งหยารีบแสร้งแสดงท่าทางหวาดกลัว หงอวี้และมั่วฉินต่างเหงื่อตก เหตุเพราะกลัวว่านางจะลุกขึ้นไปจัดการจูเหยียน
แต่เมื่อเห็นท่าทางเคารพนบนอบของนาง ทั้งสองจึงวางใจ
“ฮึ รู้เอาไว้ก็ดี เหตุเพราะพวกเจ้ามีทัศนคติที่ดี เช่นนั้นข้าจะไม่เอาเรื่องเจ้า นายท่านคิดเห็นเช่นไรขอรับ?”
จูเหยียนเอียงหน้าแล้วเข้าไปยืนข้างกายชายคนนั้นด้วยท่าทางว่านอนสอนง่าย
“เอาล่ะ เลิกเล่นได้แล้ว”
เสียงอ่อนนุ่มระคนเอ็นดูดังขึ้น แม้หลินเมิ้งหยาจะแปลกใจในท่าทีของเจ้าของหอนางโลมผู้นี้ แต่ถึงกระนั้นก็มิได้เงยหน้าขึ้นไปมอง
เขาเอ่ยถามมั่วฉินสองสามประโยค ราวกับเชื่อใจนางเป็นอย่างยิ่ง แ