านกลับกลายเป็นสีกาแฟ
เส้นเลือดฝอยแดงก่ำแตกระแหงในนัยน์ตาขาว คางของเขาเต็มไปด้วยหนวดสีเข้ม มีเพียงมือทั้งสองข้างเท่านั้นที่ยังคงสะอาดสะอ้าน
บางทีอาจเพราะเขากลัวว่าความสกปรกบนมืออาจจะส่งผลต่อฤทธิ์ยา ฉะนั้นจึงทำให้มือสะอาดอยู่เสมอ
คนคนนี้ช่างบ้างานยิ่งนัก
นิ้วมือเรียวยาวเคาะโต๊ะไม้เบาๆ หลินเมิ้งหยาพยายามไม่ทำให้เขาตื่นตระหนก มิเช่นนั้นชายที่กำลังจ้องยาสมุนไพรตรงหน้าตาไม่กระพริบอาจจะหันขวับมากัดนางก็เป็นได้
“ใคร!”
หันกลับมาจ้องคนที่ยืนอยู่ด้านหลังตาเขม็ง ก่อนที่เขาจะผงะไปเมื่อได้เห็นใบหน้าของฝ่ายตรงข้าม
“ขออภัย ข้าไม่รู้ว่าเจ้ากลับมาแล้ว”
จ้องดวงตาสีแดงราวกระต่ายของเขา หลินเมิ้งหยาส่ายหน้า หากมิใช่เพราะมีชิวอวี้คอยอยู่ช่วยเหลือ นางก็คงมิอาจกลับบ้านไปได้ง่ายๆ
“ไม่ได้! ยังไม่ได้! ข้ายังไม่มีวิธีนำต้นจิ้งซินเหลียนผสมกับยาชนิดอื่น บางที…บางทีคนในครอบครัวข้าอาจจะรู้ แต่ตอนนี้ไม่ทันการณ์แล้ว!”
หลังจากล้มเหลวอยู่หลายครั้ง ชิวอวี้จึงตกอยู่ในอาการกระวนกระวาย
เหตุการณ์ในวังหลวงเลวร้ายมากขึ้นทุกขณะ เขาที่เคยเข้าไปถวายการตรวจพระอาการของฮ่องเต้โดยไม่จำกัดเวลากลับกลายเป็นเข้าได้เพียงเวลาเดียวคือเช้าหรือเย็น