ไขปัญหาเรื่องกรมกลาโหมได้ เท่านี้ฝั่งเราก็ยังได้เปรียบ พี่สามเองก็จะได้ไม่ต้องกังวลใจอีก”
ไท่จื่อวางแผนเอาไว้อย่างดีเยี่ยม เขานำเรื่องพื้นที่เพาะปลูกมาอ้าง หากพี่สามจัดการไม่ดี เช่นนั้นเขาจะใช้โอกาสนี้ในการรวบอำนาจของกรมกลาโหมเอาไว้ในมือ
“ในเมื่อไท่จื่อมั่นอกมั่นใจเสียขนาดนั้น เช่นนั้นคนของพี่สามจะสามารถจัดการงานในกรมกลาโหมอย่างราบรื่นได้หรือไม่?”
เหตุที่หลงชิงหานเอ่ยเช่นนี้ หาใช่เพราะเขากำลังสงสัยในตัวคนที่พี่สามเลือก แต่เพราะเหตุการณ์ในเวลานี้ค่อนข้างคับขัน
ดวงตาสีดำคมกริบของหลงเทียนอวี้เปล่งประกาย
“คนที่ข้าหามาย่อมมิใช่คนธรรมดา ในเมื่อมอบโอกาสให้เขาแล้ แต่เขากลับรักษาไว้ไม่ได้ นั่นเท่ากับว่าข้าดูคนได้ไม่ดีพอ”
มองดูท่าทางเคร่งขรึมของหลงเทียนอวี้ หลงชิงหานรู้สึกว่าตนเองกังวลมากจนเกินไป
เหตุเพราะกรมกลาโหมมีพี่สามคอยดูแล ดังนั้นจึงยังไม่ตกเป็นหุ่นเชิดของใคร
เนื่องจากอำนาจทางการทหารเป็นเรื่องอ่อนไหว แม้พี่สามจะไร้ซึ่งความทะเยอทะยานในการแย่งชิงบัลลังก์ แต่ถึงกระนั้นกองกำลังทหารก็ล้วนเชื่อฟังคำสั่งของพี่สามเป็นอย่างดี
หากคนเหล่านั้นเอนเอียงไปทางไท่จื่อ เช่นนั้นคนที่พี่สามหามาอาจต้องพบเจอกับแรงกดดัน
แต่ในเมื่อพี่สามเอ่ยเช่นนี้ เช่นนั้นเขาคงทำได้เพียงหวังว่าคนที่พี่สามหามาจะไม่ทำให้พวกเขาผิดหวัง
ฝ่ายองค์ชายกำลังคุยกันเรื่องกองกำลังทหารในประเทศ แต่ทางฝั่งตำหนักหลิวซินกลับมีบรรยากาศผ่อนคลา