ต่เขากลับไม่มีทายาทแม้แต่คนเดียว เช่นนั้นฮองเฮาคงร้อนใจกระมัง?”
ทว่าแม้แต่หลงเทียนอวี้ที่เป็นผู้เอ่ยประโยคนี้เองก็แทบไม่อยากจะเชื่อ
ฮองเฮาเป็นคนเจ้าเล่ห์เพทุบาย แต่ช่วงนี้นอกจากจะไม่ห้ามปรามไท่จื่อแล้ว นางยังช่วยเขาอีก
หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไป เกรงว่าชื่อเสียงของราชวงศ์จะต้องป่นปี้เพราะไท่จื่อเป็นแน่
หากคิดอยากปกป้องลูกชายและรักษาตำแหน่งองค์รัชทายาทให้แก่เขา เช่นนั้นนางควรหาวิธีแก้ไขเรื่องนี้จึงจะถูก แต่ตอนนี้ดูเหมือนฮองเฮากำลังปล่อยเขาให้ทำตามอำเภอใจ
“พี่สาม หรือฮองเฮากำลังคิดจะหาองค์ชายองค์ใหม่มาแทนที่ไท่จื่อ?”
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง หลงชิงหานจึงเอ่ยขึ้นมา
ใช่ว่าในอดีตจะมิเคยเกิดเรื่องเช่นนี้ แต่สถานการณ์ในเวลานี้แตกต่างออกไป
เสด็จพ่อมีองค์ชายที่เติบโตแล้วมากมาย แต่ถ้าหากคิดจะเปลี่ยนองค์รัชทายาท เช่นนั้นจะต้องผ่านการยอมรับจากฮองเฮาก่อน
“ข้าไม่คิดว่าจะเป็นเช่นนั้น ไท่จื่อได้รับการอบรมสั่งสอนจากฮองเฮาตั้งแต่เด็ก ไม่ว่าใครก็มองออกว่าฮองเฮาฝากความหวังไว้ที่ไท่จื่อ อีกทั้งฮองเฮายังรักและเอ็นดูไท่จื่อมาก หากเปลี่ยนองค์รัชทายาท เช่นนั้นนางจะหาประโยชน์จากองค์รัชทายาทคนใหม่ได้อย่างไร?”
เมื่อนึกถึงฮองเอา หลงเทียนอวี้อดที่จะคิดถึงหมู่เฟยที่หายตัวไปไม่ได้
แม้เขาจะรู้ว่าผู้หญิงในตำหนักหยาเสวียนหาใช่หมู่เฟยของเขา แต่ตอนนี้เขายังไม่รู้ว่าหมู่เฟยของเขาอยู่ที่ใด
“ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ขอเพียงแก้