เมื่อครู่หลินเมิ้งหยาและชิวอวี้กำลังปรึกษากันเรื่องส่วนประกอบยาชนิดหนึ่ง ขณะที่ทั้งสองสุมหัวเข้าหากัน ร่างของหลงเทียนอวี้พลันปรากฏตัวด้านหน้าประตู
“ข้าก็แค่อยากมาดูว่าพวกเจ้ามีความคืบหน้าเช่นไรบ้าง”
สายตาของหลงเทียนอวี้ลุกลี้ลุกลนเล็กน้อย แต่ถึงกระนั้นก็ยังเหลือบไปเห็นระยะห่างที่ดูใกล้ชิดของทั้งคู่ ความโกรธเกรี้ยวจึงพลุ่งพล่านขึ้นมา
หลินเมิ้งหยาหาใช่คนคิดเล็กคิดน้อย เรื่องนี้ดูได้จากการวางตัวอย่างใกล้ชิดสนิทสนมของชิงหูและหลินจงอวี้เวลาอยู่ข้างกายนาง แต่ชิวอวี้เป็นถึงขุนนางในสำนักหมอหลวง เหตุใดเขาจะไม่รู้กฎระเบียบข้อนี้?
“งานของพวกเราราบรื่นดีเพคะ คาดว่าอีกไม่นานคงจะสามารถศึกษายาออกมาสำเร็จ ท่านอ๋องอย่าได้กังวลไปเลย หากเกิดสิ่งใดขึ้น หม่อมฉันจะกราบทูลพระองค์ก่อนเป็นคนแรก”
หลินเมิ้งหยาตอบคำถามด้วยน้ำเสียงเฉยชาประหนึ่งเครื่องจักร
นางเคยชินกับการแสดงออกเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อก่อนแล้ว ขอเพียงนางเข้าสู่โหมดการทำงานอย่างเต็มรูปแบบ นางจะไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น
ความรู้สึกเจ็บแปลบพลันแล่นพล่านที่หน้าอกของหลงเทียนอวี้
หวนนึกถึงภาพความอ่อนหวานน่ารักของนางสมัยก่อน หลังจากสร้างปฏิสัมพันธ์กับชิวอวี้เพียงไม่นาน นางแสดงท่าทีเย็นชากับเขาถึงเพียงนี้
ความโกรธที่มีต่อชิวอวี้จึงยิ่งทวีคูณ
แต่เพราะพวกเขากำลังปรุงยาของเสด็จพ่อ ฉะนั้นเขาจึงจำเป็นต้องอดทน
“อืม เช่นนั้นพวกเจ้าทำงานเถิด เปิ่นหวังไม่รบกวนพวกเจ้าแล้ว”