“ไปไหนหรือเพคะ? ท่านอ๋องจะเสด็จไปที่ใด?”
หลินเมิ้งหยาถามตามมารยาทแต่เพียงเท่านั้น ทว่าคิ้วของหลงเทียนอวี้กลับขมวดเข้าหากัน ท่าทางเสมือนคนกำลังลำบากใจ
“แม้ตอนนี้จะเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ แต่มีหลายพื้นที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ ฉะนั้นไท่จื่อจึงรับสั่งให้ข้านำกำลังเข้าตรวจสอบพื้นที่เพาะปลูกที่ได้รับความเสียหาย”
หลินเมิ้งหยาพยักหน้าลงโดยไม่เอ่ยอะไร การเพาะปลูกในสมัยโบราณเปรียบเสมือนหัวใจในการหล่อเลี้ยงบ้านเมือง
หากเกิดข้อผิดพลาดขึ้น เกรงว่าจะกระทบถึงชีวิตของราษฎรได้ ฉะนั้นจะปล่อยให้เกิดข้อผิดพลาดไม่ได้แม้แต่เพียงนิดเดียว
“ท่านอ๋องรับสั่งถูกแล้วเพคะ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ขอให้พระองค์ระมัดระวังตัวด้วย หากไท่จื่อและฮองเฮาคิดจะทำร้ายพระองค์ระหว่างทาง เกรงว่าจะเกิดเรื่องยุ่งยากเอาได้”
นางเชื่อว่าไม่มีใครกล้าลงมือทำอะไรหลงเทียนอวี้ในเมืองหลวงอย่างแน่นอน
แต่ถ้าหากพ้นประตูเมืองไปแล้วก็คงมิอาจแน่ใจได้ว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายจากเหตุเพลิงไหม้ในปีที่แล้วมีจำนวนค่อนข้างมาก หากจัดการไม่ดี เกรงว่าหลงเทียนอวี้อาจได้รับผลกระทบด้วยเช่นเดียวกัน
เรื่องนี้หาใช่เรื่องง่าย แม้แต่นางยังรู้สึกว่าค่อนข้างยุ่งยาก
“ข้ารู้ เพียงแต่…หากข้าไม่อยู่จวน เจ้าจะต้องระมัดระวังตัวให้มาก”
หลงเทียนอวี้รู้สึกได้ว่าไท่จื่อกำลังประสงค์ร้ายต่อหลินเมิ้งหยา ฉะนั้นจึงส่งเขาออกจากเมืองไปในเวลานี้
แต่ถึงกร