ะนั้นคำกล่าวอ้างของไท่จื่อก็มีเหตุผลที่ไม่อาจปฏิเสธได้
ปีก่อนเกิดเหตุเพลิงไหม้มากมาย หากพื้นที่เพาะปลูกได้รับความเสียหายและเกิดการขาดแคลนเสบียงอาหาร เกรงว่าเรื่องนี้จะส่งผลกระทบร้ายแรงต่อบ้านเมือง
“หม่อมฉันเข้าใจแล้วเพคะ ท่านอ๋องจะเสด็จยามใด? หม่อมฉันจะสั่งให้พ่อบ้านเติ้งตระเตรียมสิ่งของเอาไว้ให้เพคะ”
เก็บซ่อนความกังวลเอาไว้ในใจ หลินเมิ้งหยาแย้มยิ้มอ่อนโยน
นางจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าการจากไปของหลงเทียนอวี้หมายถึงชีวิตของนางกำลังจะถูกคุกคาม
ท่านพ่อและพี่ชายนำทัพกลับไปยังเขตชายแดนแล้ว หากวันนี้แม้แต่หลงเทียนอวี้เองก็จากไป เช่นนั้นนางก็จะไร้ที่พึ่ง
คนที่คิดอยากจะเอาชีวิตของนางคงเป็นคนคู่นั้นสินะ?
ทว่าตอนนี้นางกำลังเป็นที่จับตาของคนในราชสำนัก หากนางสามารถปรุงยาออกมาและรักษาอาการประชวรของฮ่องเต้ได้ คาดว่าพวกใต้เท้าเหล่านั้นคงไม่มีวันปล่อยให้นางตายอย่างแน่นอน
“อย่ากังวลไปเลย อีกสองสามวันข้าจึงจะเดินทาง เหตุเพราะต้องฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัย ฉะนั้นข้าเองก็ต้องเตรียมการหลายอย่างเช่นกัน”
อยู่ๆ หลงเทียนอวี้ก็ก้าวเข้ามาจ้องหน้าหลินเมิ้งหยาด้วยสายตาอ่อนโยน
หากเป็นไปได้ เขาอยากให้นางอยู่อย่างสบายใจ ไม่ต้องกังวลสิ่งใดอีก
“เพคะ หม่อมฉันเข้าใจแล้ว”
หลินเมิ้งหยาสบตาเขาด้วยสายตาอ่อนโยนไม่แพ้กัน อันที่จริงการจากไปของหลงเทียนอวี้ก็ทำให้นางจัดการงานในกลุ่มสามสหายได้สะดวกยิ่งขึ้น
ได้ยินว่าชื่อเสียงของกลุ่มสามส