หายโด่งดังเลื่องลือไปทั่วทั้งเมืองหลวง
หากนางคิดอยากทำการใหญ่ เช่นนั้นนางต้องลงทุนลงแรงมากหน่อย
ช่วงเวลาพลบค่ำ
หลินเมิ้งหยาซึ่งกำลังอ่านหนังสืออยู่ในตำหนักหลิวซินสดับรับฟังเสียงเจื้อยแจ้วของเหล่าสาวใช้
บทสนทนาของพวกนางล้วนเกี่ยวข้องกับจวนและข่าวซุบซิบนินทาของพระสนมเต๋อเฟย
แม้ตั้งแต่กลับมาหลินเมิ้งหยาจะรู้สึกว่าพระสนมเต๋อเฟยค่อนข้างสงบเสงี่ยม ไม่สร้างปัญหาหรือส่งคนมาจับตามอง แต่นางมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าผู้หญิงที่อยู่ในตำหนักหยาเสวียนหาใช่พระสนมเต๋อเฟย
หลงเทียนอวี้เองก็น่าจะรู้เรื่องนี้แล้ว คนฉลาดเช่นเขาจะมองไม่ออกได้อย่างไรว่านั่นไม่ใช่แม่ของตนเอง
หากมิใช่เพราะต้องเก็บนางไว้เพื่อเป็นไม้กันหมาอย่างฮองเฮาและสืบหาเบาะแสของพระสนมเต๋อเฟยตัวจริงแล้วล่ะก็ เช่นนั้นหลงเทียนอวี้คงจับกุมตัวแล้วพานางไปไต่สวนนานแล้ว
“ได้ยินมาว่าบรรยากาศในตำหนักหยาเสวียนเย็นยะเยือกไม่น่าเข้าใกล้ แม้แต่หยุนลั่วเองก็ไม่ปรากฏตัวนานแล้ว ทั้งที่ก่อนหน้านั้นนางเป็นสาวใช้ที่ได้รับความรักความเมตตาจากพระสนมเต๋อเฟยเป็นอย่างมากแท้ๆ อีกอย่าง ช่วงนี้พระวรกายของพระสนมเต๋อเฟยก็ไม่ค่อยแข็งแรงนัก แต่หยุนลั่วกลับไม่อยู่รับใช้”
เมื่อมีป๋ายจื่ออยู่ ข่าวซุบซิบนินทาในจวนไม่มีทางพ้นหูของนาง
บนโต๊ะล้วนเป็นผลไม้และขนมที่นำกลับมายังจวน ใบหน้ายามกัดกินอาหารของนางน่ารักเหมือนหนูแฮมสเตอร์
สาวใช้ที่เหลืออีกสองคนเคยชินกับอากัปกิริยาของนางแล้