บรรยากาศเคร่งขรึมจนชิวอวี้มิอาจทนได้อีกต่อไป
ดวงตาวาดรอยยิ้มเผยอารมณ์ขบขัน แต่ถึงกระนั้นสีหน้าท่าทางยังคงจริงจัง
“ท่านอ๋องเข้าใจอะไรผิดไปหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”
มองสีหน้าเคร่งขรึมของหลงเทียนอวี้ ชิวอวี้แอบหัวเราะในใจ
ดวงตาคมกริบตวัดมองชิวอวี้อย่างดูแคลน น้ำเสียงที่ส่งออกมาไร้ซึ่งความเป็นมิตร
“ข้าเข้าใจอะไรผิดหรือ?”
คนซื่อบื้อหลินเมิ้งหยามองไม่ออก แต่ชิวอวี้มองเห็นอย่างชัดเจน
นั่นคือการแสดงออกถึงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของต่อผู้หญิงที่ตนเองหวั่นไหวด้วย
ทว่าหลินเมิ้งหยาหาใช่ผู้หญิงปกติทั่วไปไม่ หากท่านอ๋องคนนี้แสดงออกมากเกินไป บางทีหลินเมิ้งหยาอาจประหม่าเอาได้
เมื่อถึงเวลานั้น เขาเองก็บอกไม่ได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
หรือเขาควรจะเตือนสติคนทั้งคู่?
ริมฝีปากเม้มเข้าหากัน ชิวอวี้จ้องหลงเทียนอวี้ ก่อนจะกล่าวเสียงจริงจังหนักแน่น
“อันที่จริง….กระหม่อมและพระชายาหาได้มีอะไรเกินเลยต่อกัน ท่านอ๋องควรเชื่อพระทัยพระชายานะพ่ะย่ะค่ะ ท่านอ๋องเป็นคนเก่งกาจและมีสายเลือดมังกร พระชายาและพระองค์เปรียบเสมือนคู่สร้างคู่สมที่หาได้ยากในรอบร้อยปี ฉะนั้นท่านอ๋องได้โปรดวางพระทัย กระหม่อมและพระชายาเป็นเพียงเพื่อนกันเท่านั้น”
ชิวอวี้เพียงแค่หวังดี เขาคิดว่าตนเองจะได้รับความชื่นชมจากหลงเทียนอวี้ แม้อีกฝ่ายจะไม่ตอบว่าเขาเพียงล้อเล่น แต่อย่างน้อยความโกรธในใจของเขาก็ควรจะทุเลาลง
แต่คิดไม่ถึงเลยว่าหลงเทียนอวี้จะทำเพียงสบถเสียงเย็น