ก่อนจะสะบัดหน้าหนี
ผู้ชายคนนี้….
ชิวอวี้เริ่มรู้สึกว่าผู้ชายสกุลหลงชักจะไม่น่ารักเสียแล้ว
เมื่อเทียบกันแล้ว พวกพ้องของเขาล้วนใส่ใจกับการฝึกฝนร่างกายเพื่อสั่งสมอำนาจ โดยเฉพาะพี่ใหญ่ที่มีความฉลาดหลักแหลมคนนั้น
“ใต้เท้าชิว รถม้าเตรียมเสร็จเรียบร้อยแล้ว สาวใช้ของข้าจะนำทางท่านไปที่ประตูหลัง”
เสียงของหลินเมิ้งหยาพลันดังขึ้นพอดี
ชายทั้งสองจึงสงบศึกชั่วคราว ชิวอวี้เหลือบมองหลงเทียนอวี้ ก่อนจะหันไปมองหลินเมิ้งหยา จากนั้นเขาส่งยิ้มให้กับนางแล้วถวายคำนับพร้อมทั้งเดินจากไป
หลงเทียนอวี้เป็นผู้ชายเก่งกาจหายากบนโลกใบนี้ แต่หลินเมิ้งหยาเองก็เป็นหญิงสาวมหัศจรรย์คนหนึ่งเช่นเดียวกัน
หากหลงเทียนอวี้ยังไม่เข้าใจจิตใจของนาง เกรงว่าทั้งสองอาจมีวันแตกหักกันได้
ครุ่นคิด ชิวอวี้พบว่าเขากำลังก้าวก่ายเรื่องนี้มากเกินไป
นี่เป็นเรื่องของพวกเขา หากแม้กระทั่งพวกเขาเองยังมองไม่ออก เช่นนั้นเขาจะพูดไปเพื่ออะไร?
ภายในห้องอ่านหนังสือ นับตั้งแต่ตอนที่ชิวอวี้เดินจากไป หลงเทียนอวี้ยังคงอยู่ในอาการแข็งทื่อ
ไม่ส่งเสียงใดๆ และนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้
บรรยากาศภายในห้องอึดอัดเล็กน้อย ดวงตากลมโตของหลินเมิ้งหยากลอกไปมา นางมิรู้ว่าควรเอ่ยอะไร
“ฤดูใบไม้ผลิมาถึงแล้ว ต้นไม้ใบหญ้าด้านนอกเริ่มเขียวขจี พระองค์เห็นหรือไม่เพคะ?”
ทันทีที่พูดจบ หลินเมิ้งหยาพบว่าตัวเองไม่มีเรื่องอันใดให้สนทนาอีก
หัวข้อสนทนาเช่นนี้มิต่างอันใดจากเด็กเล่นขายของ