วันที่สิบห้าของเดือนนี้ตรงกับเทศกาลโคมไฟ สถานที่แห่งนี้ประดับประดาไปด้วยโคมไฟหลากสีสันสวยงามละลานตา อีกทั้งยังมีขนมบัวลอยให้ได้กิน
มือของนางถูกมือหนาแห้งกร้านแต่อบอุ่นกุมเอาไว้แน่น หลินเมิ้งหยามิต่างอันใดจากจอกแหน นางเดินตามหลังเขาอย่างว่านอนสอนง่าย
เรื่องของป๋ายซูทำให้หัวใจของนางว้าวุ่น ป๋ายซูจะต้องจำใจทำเรื่องเหล่านี้อย่างแน่นอน แต่ไม่ว่าจะเพื่อป๋ายซูหรือเสี่ยวอวี้ สุดท้ายนางก็ไม่สามารถเก็บป๋ายซูเอาไว้ข้างกายได้
“ยังเสียใจเรื่องของป๋ายซูอยู่หรือ?”
อยู่ๆ เสียงทุ้มต่ำของหลงเทียนอวี้พลันดังขึ้นจากเหนือศีรษะ หลินเมิ้งหยาเงยหน้า เมื่อดวงตาทั้งสองคู่สบกัน นางรู้สึกราวกับถูกดวงตาสีดำคมกริบของเขาดึงดูด
“หม่อมฉัน…พระองค์ก็รู้เรื่องนี้ใช่หรือไม่เพคะ? พระองค์จะไม่กล่าวโทษหม่อมฉันหน่อยหรือ?”
หลินเมิ้งหยารู้สึกตื่นตระหนกเล็กน้อย เหตุเพราะนางเป็นคนพาป๋ายซูเข้าวัง หากเกิดเรื่องขึ้นกับฮ่องเต้ขึ้นมา เช่นนั้นนางจะต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น
“ข้ารู้จักตัวตนของป๋ายซูตั้งแต่แรกแล้ว เหตุที่ข้าอนุญาตให้เจ้าพานางเข้าวังก็เพราะข้ารู้ว่านางไม่มีทางทำอะไรเสด็จพ่อ”
อยู่ๆ หลงเทียนอวี้ก็หันหน้าไป ใบหน้าด้านข้างถูกความมืดบดบัง ฉะนั้นนางจึงมองเห็นสีหน้าของเขาไม่ชัดเจน
ทว่าความขุ่นเคืองพลันปรากฏขึ้นในหัวใจของหลินเมิ้งหยา
ใบหน้าเย็นชาเล็กน้อย หลินเมิ้งหยาคิดจะดึงมือของตนเองกลับ แต่หลงเทียนอวี้กลับกำเอาไว้แน่น