ฉะนั้นมือของนางจึงมิอาจหลุดจากการเกาะกุมของเขาได้
“ในเมื่อพระองค์รู้อยู่แล้ว เหตุใดจึงไม่บอกหม่อมฉันเล่า?”
หลินเมิ้งหยาส่งเสียงต่อว่า แต่ทันทีที่คำพูดเหล่านั้นหลุดออกไป ความอ่อนล้าพลันกัดกินหัวใจ
อันที่จริงนางเดาเรื่องตัวตนของป๋ายซูเอาไว้แต่แรกแล้ว แต่เหตุที่นางยังพาป๋ายซูเข้าวังก็เพราะนางอยากทดสอบป๋ายซูว่าสุดท้ายแล้วพวกนางยังมีความสัมพันธ์ฉันพี่น้องกันอยู่หรือไม่
แต่ในท้ายที่สุด ไม่ว่านางหรือหลงเทียนอวี้ก็ล้วนสงสัยในตัวของป๋ายซูว่านางจะหักหลังตัวเองหรือไม่
อยู่ๆ รอยยิ้มแข็งทื่อประหนึ่งเครื่องจักรพลันปรากฏบนใบหน้า นางกับหลงเทียนอวี้ล้วนเป็นคนประเภทเดียวกัน
พวกนางคิดว่าตนเองกำลังวางแผนในกระโจม แต่กลับกลายเป็นว่าตนเองได้นำความรู้สึกของคนข้างกายมาพนัน
“อันที่จริงนางไม่อาจลงมือทำอะไรเสด็จพ่อได้ เหตุเพราะนางรู้ดีว่าหากนางลงมือ เช่นนั้นแม้แต่เจ้าเองก็ต้องถูกจับกุม ฉะนั้นนางจึงไม่ทำ”
หลงเทียนอวี้ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเสียงแผ่ว
อันที่จริงเขาไม่เข้าใจความสัมพันธ์ฉันพี่น้องของพวกหลินเมิ้งหยา
แต่มีสิ่งหนึ่งที่เขารู้ดี
ไม่ว่าป๋ายซูหรือสาวใช้อีกสามคน พวกนางล้วนยอมสละชีวิตเพื่อหลินเมิ้งหยาได้
เฉกเช่นเดียวกับพวกหลินขุย ขอเพียงเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับตัวเขา คนเหล่านั้นจะคำนึงถึงความปลอดภัยของเขาก่อนเป็นอย่างแรก
ฉะนั้นเขาจึงวางใจให้ป๋ายซูติดตามหลินเมิ้งหยาเข้าวัง
แต่เขาคิดไม่ถึงเลยว่าส