ุดท้ายแล้วนางเกือบจะกลายเป็นเครื่องมือของไท่จื่อในการทำร้ายหลินเมิ้งหยา
คิ้วขมวดเข้าหากันแน่น เรื่องเหล่านี้ล้วนเป็นความลับ แม้แต่เขาเองก็ยังไม่อาจรู้ทุกอย่างอย่างแน่ชัด แต่เพราะเหตุใดแม้แต่องครักษ์ตัวเล็กๆ ของไท่จื่อกลับรู้เรื่องตัวตนของป๋ายซูอย่างชัดเจน
สัญชาตญาณของเขาสัมผัสได้ถึงแผนการร้ายบางอย่าง
“เฮ้อ ก็อาจจะเป็นเช่นนั้นเพคะ หวังว่าป๋ายซูจะคิดได้และหาเส้นทางที่ตนเองต้องเดินเจอ ไม่ว่าหม่อมฉันหรือเสี่ยวอวี้ก็ล้วนมิใช่เส้นทางที่นางจะเดินไปด้วยได้”
หลินเมิ้งหยารู้ดีว่าป๋ายซูแตกต่างจากสาวใช้ทั้งสาม
ทั้งชาติกำเนิดและวิทยายุทธล้วนมิอาจทำให้นางเป็นเพียงสาวใช้ธรรมดาได้
บางทีอีกหลายปีต่อจากนี้ ป๋ายจื่อและป๋ายซ่าวอาจจะแต่งงานออกเรือนกับคนธรรมดาไป บางทีจุดจบเช่นนี้ของป๋ายซูอาจดีสำหรับตัวนางที่สุด
เงยหน้ามองท้องฟ้าสีดำสนิท ไม่รู้เลยว่าโคมไฟถูกปล่อยลอยละล่องเต็มนภาตั้งแต่เมื่อไหร่
ทั้งโคมไฟสีแดงและเหลืองล้วนส่องแสงพร่างพราวงดงาม
สมัยยังเด็ก พวกคุณแม่ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้ามักจะปล่อยโคมไฟทุกครั้งเมื่อถึงวันเกิดของเด็กๆ
ได้ยินมาว่าเหล่าเทพธิดานางฟ้าจะมองเห็นพรของเด็กจากโคมไฟที่ลอยละล่องขึ้นไป
“วางใจเถิด ข้าสั่งพวกหลินขุยแล้วว่ามิให้ทำอันใดป๋ายซู หากตำหนักของเจ้าขาดคน เช่นนั้นข้าจะสั่งให้คนเลือกสาวใช้ให้เจ้าเอง”
หลินเมิ้งหยาผงกศีรษะลง ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่หลงเทียนอวี้ใส่ใจนางมากขนาดนี้
“