“ท่านอ๋อง เหตุใดต้องทำให้พวกพี่ชายเหล่านี้ลำบากใจด้วยล่ะเพคะ?”
หลินเมิ้งหยาแย้มยิ้มอ่อนหวาน ราวกับว่านางมิได้ใส่ใจต่อการข่มขู่ของพวกทหารองครักษ์เลยแม้แต่น้อย
“พระชายามีเหตุผลยิ่งนัก ท่านอ๋อง ข้าน้อยจำเป็นต้องปฏิบัติตามหน้าที่ แต่พวกเราจะให้เกียรติพระชายาอย่างแน่นอน ท่านอ๋องได้โปรดวางพระทัย”
สายตาขององครักษ์กระหยิ่มยิ้มย่องลำพองใจ
ไม่ว่านางจะเป็นชายาหรือไม่ แต่หากเข้าไปอยู่ในคุกแล้ว สุดท้ายนางก็เป็นเพียงลูกไก่ในกำมือ ทว่าไท่จื่อรับสั่งเอาไว้ว่าชายาอวี้เป็นคนเจ้าเล่ห์ พวกเขาจะต้องไม่ประมาท
แต่ดูเหมือนนางจะมิได้เป็นเช่นคำกล่าวเลยแม้แต่น้อย
หลงเทียนอวี้ก้มหน้ามองด้วยความสงสัย ทว่าหญิงสาวตรงหน้ากลับยิ้มกว้าง
กะพริบตาปริบๆ ขณะสบตากับเขา หลินเมิ้งหยาหาได้มีท่าทีกระวนกระวาย อากัปกิริยาของนางทำให้หัวใจของหลงเทียนอวี้สงบลง
ไม่รู้ว่าความเชื่อใจปรากฏขึ้นมาจากที่ใด อยู่ๆ หลงเทียนอวี้ก็มั่นใจว่าชายาของเขาไม่มีทางตกอยู่ในเงื้อมมือของใครอย่างแน่นอน
บางทีนางอาจจะมีแผนการอยู่ในใจแล้ว
เมื่อคิดได้ดังนี้ มุมปากจึงหยักยิ้มอ่อนโยน ขณะเดียวกันความเย็นชาพลันมลายไป มือหนายื่นเข้าไปกุมมือเล็กนุ่มนิ่มอบอุ่น ก่อนจะกล่าวเสียงอ่อนโยน
“ได้ ข้าฟังคำเจ้า”
กระซิบเสียงแผ่วอย่างอ่อนโยน
แม้หลินเมิ้งหยาจะเป็นคนหน้าหนา แต่ก็อดไม่ได้ที่หน้าแดงก่ำ
ส่งสายตากล่าวโทษหลงเทียนอวี้เล็กน้อย ทว่าขนแขนของนางกลับลุกซู่
สวรรค์โปรด คว