ามรู้สึกลึกซึ้งเช่นนี้ไม่เหมาะกับผู้ชายเย็นชาดุจน้ำแข็งเช่นหลงเทียนอวี้เลยแม้แต่น้อย
หากที่นี่คือจวนอวี้ รับรองว่านางจะต้องถลึงตาใส่เขาอย่างแน่นอน แต่ตอนนี้นางมิอาจเสียมารยาทกับเขาได้
ช่างเถิด อดทนไว้ก่อน ถึงอย่างไรก็แค่เล่นละครตบตาแต่เพียงเท่านั้น
“หากพวกเจ้าอยากให้ข้าให้ความร่วมมือในการสอบสวนก็ย่อมได้ แต่ข้าขอทำความเข้าใจก่อนว่าเหตุใดข้าต้องไปกับพวกเจ้าด้วย?”
ผินหน้าไปมองพร้อมส่งยิ้มอ่อนหวานอีกครั้ง น้ำเสียงนุ่มนวล ทว่านัยน์ตากลับเปล่งประกาย
องครักษ์รีบตอบกลับเสียงขึงขัง
“ทูลพระชายา เหตุเพราะบันทึกชีพจรของฮ่องเต้หายไป แต่กลับถูกพบในสัมภาระของพระชายา ฉะนั้นข้าน้อยมิกล้ามองข้ามเรื่องนี้ไปได้ พระชายาได้โปรดเสด็จไปกับพวกเราด้วยเถิด”
หลินเมิ้งหยาชักสายตากลับ ราวกับกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
แม้หัวหน้าองครักษ์จะหมดความอดทน แต่เพราะหลงเทียนอวี้อยู่ที่นี่ด้วย ฉะนั้นเขาจึงทำได้เพียงยับยั้งอารมณ์เอาไว้และรอดูท่าทีของอีกฝ่าย
“แต่ข้าจะขโมยบันทึกชีพจรไปทำไมเล่า? เจ้าจะต้องรู้เรื่องนี้ก่อนว่าหากข้าอยากดูบันทึกชีพจร เช่นนั้นข้าสามารถไปดูที่สำนักหมอหลวงได้นานเท่าที่ข้าต้องการ แต่ถ้าหากข้าขโมยมันออกมา นั่นมิเท่ากับข้าหาเหาใส่หัวหรอกหรือ? ข้าไม่ได้โง่เขลาขนาดนั้นเสียหน่อย”
บ่นงึมงำแต่กลับชัดถ้อยชัดคำ ราวกับหัวหน้าองครักษ์เองก็คิดเรื่องนี้เอาไว้แล้ว มุมปากของเขากระตุกยิ้มเย็นชา ทว่ามือหนากลับชี้ไปทา