งฮ่องเต้เลยแม้แต่น้อย
หลินเมิ้งหยาแย้มยิ้มงดงาม แต่กลับไม่เอ่ยสิ่งใด
เจ้าจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ตนนี้คิดจะใช้จิตวิทยากับนางอย่างนั้นหรือ?
“เข้ามา รีบไปเตรียมชาเร็วเข้า”
แม้จะได้เจอเข้ากับไม้อ่อน แต่ถึงกระนั้นซูถงก็ไม่รู้สึกโกรธเคือง
นี่เป็นข้อดีของเขา แม้เขาจะเป็นถึงเจ้าสำนักหมอหลวง แต่เขาสามารถระงับอารมณ์ของตนเองเอาไว้ได้ภายใต้รอยยิ้มเสมอ
ฉะนั้นคนแบบนี้จึงน่ากลัวที่สุด
“ไม่จำเป็น ข้าขอเล่าผลการตรวจชีพจรของฮ่องเต้ให้พวกใต้เท้าฟังก่อนดีกว่า ตอนนี้เวลาไม่คอยท่าแล้ว ข้าเองก็ไม่อยากทำให้พวกใต้เท้าต้องเสียเวลาในการรักษาผู้ป่วย”
ชิวอวี้เล่าให้นางฟังระหว่างทางแล้วว่าหลังจากตรวจชีพจรของฮ่องเต้เสร็จเรียบร้อยแล้ว นางจะต้องกลับมารายงานผลการตรวจให้กับพวกหมอหลวงระดับสูงรู้
จากนั้นจึงเขียนพระอาการของฮ่องเต้ในปัจจุบันลงบันทึกการตรวจชีพจร
สิ่งที่หลินเมิ้งหยาอธิบายไปคือพระอาการของฮ่องเต้เป็นปกติ แม้จะไม่ดีขึ้นแต่ก็ไม่แย่ลง
หลังจากฟังคำพูดของนางจบ ทุกคนล้วนแสดงสีหน้าประหนึ่งว่าเดาเอาไว้แล้วว่านางจะต้องเอ่ยเช่นนี้
จนกระทั่งนางเขียนบันทึกลงไป พร้อมทั้งลงชื่อของตนเอง ซูถงจึงผุดรอยยิ้มที่ไม่ว่าจะดูอย่างไรก็มองไม่เห็นเจตนาดีของเขา