านี้อย่างแน่นอน พระองค์ลองตรองดู….”
ซูถงแสดงสีหน้าลำบากใจ ทว่าหลินเมิ้งหยารู้ดีว่าจิ้งจอกเฒ่าคนนี้นำคนเจ็บมาอ้างแต่เพียงเท่านั้น
หากนางเห็นด้วย เช่นนั้นซูถงจะต้องอ้างว่านางอนุญาตให้พวกเขายกเลิกการเข้าเฝ้าฮ่องเต้อย่างแน่นอน
เมื่อถึงเวลานั้น หากเกิดความผิดปกติอันใดกับฮ่องเต้ขึ้นมา คาดว่าคนที่ต้องรับโทษคงเป็นนาง
แต่ถ้าหากนางยังคงดึงดันสั่งให้ทุกคนไปตรวจชีพจรของฮ่องเต้แล้วล่ะก็ คนเหล่านี้อาจจะได้รับการช่วยเหลือไม่ทันท่วงที บางทีพวกเขาอาจจะต้องจบชีวิตลง
ส่วนนางจะได้รับความผิดโทษฐานปล่อยให้คนตาย
สมแล้วที่เป็นจิ้งจอกเฒ่าเจ้าเล่ห์ เขาวางแผนเอาไว้เป็นอย่างดี ไม่ว่าทางใดเขาก็ได้ประโยชน์ทั้งสิ้น แต่น่าเสียดายที่คนที่เขาต้องเผชิญหน้าคือหลินเมิ้งหยา
คิ้วขมวดเข้าหากัน สายตาแสดงออกถึงความลำบากใจ
ซูถงไม่รีบร้อน เขายังคงยืนตรงหน้านางด้วยท่าทางเคารพเลื่อมใส
ในที่สุดหลินเมิ้งหยาก็เอ่ยออกมา
“ใต้เท้าซูกล่าวถูกต้องแล้ว การช่วยชีวิตคนสำคัญที่สุด แต่พระวรกายของฮ่องเต้มีความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกับต้าจิ้น ส่วนข้าเป็นเพียงสตรีนางหนึ่ง เช่นนั้นจะตัดสินใจเรื่องใหญ่เช่นนี้ได้อย่างไร? เช่นนั้นพวกเรารอให้พวกใต้เท้าในราชสำนักปรึกษาเรื่องนี้กันก่อนดีหรือไม่?”
ราวกับซูถงเดาทางเอาไว้ก่อนแล้วว่าหลินเมิ้งหยาจะเอ่ยเช่นนี้ เขารีบแสดงท่าทีร้อนใจ
“แต่….เฮ้อ พวกเรามิอาจละทิ้งคนบาดเจ็บสาหัสเหล่านี้ได้ ทว่าสิ่งที่พระองค์รับสั