“เจ้าหมายความว่าอวี้เฉียงเคยเป็นทหารมาก่อนอย่างนั้นหรือ? เพราะเหตุนี้ข้าจึงมักรู้สึกว่าเขามิใช่คนธรรมดา ที่แท้เขาก็มีวรยุทธ์นี่เอง”
ตอนที่ได้เจออวี้เฉียงเป็นครั้งแรก หลินเมิ้งหยารู้สึกคุ้นหน้าเขาอย่างบอกไม่ถูก ตอนนี้นางนึกออกแล้ว สหายร่วมรบของท่านพ่อก็คือคนตรงหน้านางคนนี้มิใช่หรือ?
หลินเมิ้งหยาพูดไม่ออก เพราะเหตุนี้ตอนที่นางถูกขังอยู่ในวังหลวงจึงไม่ค่อยได้พบเจอท่านพ่อ อีกทั้งท่านพ่อยังไม่ไปขอเข้าเฝ้าฮองเฮาอีกด้วย
แต่ถึงกระนั้นหลินเมิ้งหยาก็ยังอดห่วงไม่ได้ว่าสาเหตุที่ผู้อาวุโสอวี้ถูกปองร้ายหมายชีวิตในวันนี้เพราะอีกฝ่ายรู้เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างท่านพ่อและเขา
สถานการณ์กำลังคับขัน แม้อวี้เฉียงจะมีฝีมือในการต่อสู้ แต่เพราะอายุที่มากขึ้น ฉะนั้นเรี่ยวแรงจึงอ่อนลงตาม
ร่างกายและปฏิภาณไหวพริบเริ่มถดถอยลง ทว่าในสายตาของป๋ายซู พวกเขาต่อสู้กันเพียงสิบกว่านาทีเท่านั้น
หากเอาแต่มองก็คงจะมิใช่เรื่อง เท่าที่หลินเมิ้งหยาดู คนกลุ่มนี้จะต้องไม่ปล่อยอวี้เฉียงไปอย่างแน่นอน เปลวเพลิงกำลังโหมกระหน่ำ คาดว่าคนเหล่านี้คงตัดสินใจเอาไว้แล้วว่าจะต้องฆ่าอวี้เฉียงให้ตายแล้วโยนร่างของเขาลงกองเพลิงให้มอดไหม้
โหดเหี้ยมอำมหิตยิ่งนัก!
หลินเมิ้งหยาครุ่นคิด แต่ถึงกระนั้นนางก็ยังหาทางออกไม่เจอ
แต่เมื่อสายตาพลันเหลือบไปเห็นเปลวเพลิง ความคิดพลันจุดประกาย ยกมือขึ้นป้องหูของป๋ายซูก่อนจะออกคำสั่ง
หลังจากป๋ายซูมองหลินเมิ้งหย