ข้าเลยแม้แต่น้อย”
แย่แล้ว นางเกือบหลุดคำว่าแอนติบอดี้ขึ้นมา
อาศัยคำพูดที่คล้ายคลึงกันออกมาอธิบาย หลินเมิ้งหยาหัวเราะขมขื่น หากอาจารย์รู้ว่านางที่เป็นนักเรียนแพทย์มิอาจสรรหาคำพูดมาอธิบายได้โดยตรง คาดว่าเขาคงปวดหัวอย่างแน่นอน
“โอ้ ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ ข้าตกใจแทบตาย เช่นนั้นยาที่นายหญิงให้พวกข้ากินก็คือยาถอนพิษใช่หรือไม่เจ้าคะ?”
ยาที่พวกนางเพิ่งกินลงไปคือยาป๋ายเฉาหนิงเซียงหวาน มันคือยาที่ท่านอาจารย์ฝากหลงเทียนอวี้นำมาให้นาง แม้จะเป็นเม็ดเล็กๆ กลมๆ แต่สรรพคุณกลับล้ำเลิศ
อันที่จริงโรคระบาดชนิดนี้ทำเพียงส่งผลให้ร่างกายเกิดอาการเจ็บป่วยรุนแรงเท่านั้น ฉะนั้นระบบเซินหนงจึงวิเคราะห์หายาที่มีประสิทธิภาพในการรักษาที่สุดออกมา
บังเอิญที่ยาป๋ายเฉาหนิงเซียงหวานมีสรรพคุณเหล่านั้นพอดี
เมื่อคิดถึงตรงนี้ หลินเมิ้งหยาอดที่จะขอบคุณเจินจูไม่ได้ โชคดีที่นางแยกแยะคนที่รักและคนที่เกลียดออก มิเช่นนั้นป๋ายซูและซูหลาน รวมถึงพวกองค์ชายสิบเองก็คงจะติดเชื้อไปแล้ว
ทั้งที่ติดโรคระบาด แต่กลับไม่แพร่เชื้อใส่คนบริสุทธิ์ นอกจากเจินจูจะระมัดระวังตัวเองแล้ว หลินเมิ้งหยาคิดว่าคนที่อยู่เบื้องหลังนางจะต้องจัดการอะไรบางอย่างด้วยอย่างแน่นอน
คนคนนี้ย่อมไม่ต้องการให้เกิดโรคระบาดในวังหลวง
แต่ทว่า…เมื่อหลายวันก่อนเจินจูยังแข็งแรงเป็นปกติ แล้วเหตุใดวันนี้จึงปรากฏอาการป่วยได้เล่า? คาดว่าต้องเป็นฝีมือของคนที่คอยหนุนหลังนางอย่างแน่นอน