เชื้อก็เพราะ….”
ป๋ายซูพูดไม่ออก ดวงตากลมโตเบิกกว้าง สีหน้าตกตะลึง
หลินเมิ้งหยาผงกศีรษะลง จะต้องเป็นไปตามที่พวกนางคาดเดาอย่างแน่นอน
“เพื่อทำให้ข้าติดโรคจากนางอย่างไรเล่า”
สละชีพตนเพื่อดึงหลินเมิ้งหยาให้ลงสู่ปรโลกไปด้วยกัน
บ้าคลั่งสิ้นดี!
“หรืออาจพูดได้ว่าอันที่จริงเจินจูรู้อยู่แล้วว่าตัวเองติดโรค ฉะนั้นจึงพยายามไม่ทำให้หมาหน่าวติดโรคตามไปด้วย ซึ่งนั่นอาจหมายความว่านอกจากนางแล้ว คนอื่นๆ ในวังหลวงก็ไม่มีใครติดโรคจากนางด้วยเช่นกันใช่หรือไม่เพคะ?”
ในที่สุดซูหลานก็เข้าใจว่าเพราะเหตุใดพระชายาจึงไม่มีท่าทีตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อย
พระชายารับสั่งถูกแล้ว แม้แต่หมาหน่าวที่อยู่ด้วยกันกับเจินจูเองก็ไม่ติดเชื้อ นั่นเท่ากับว่าเจินจูพยายามปลีกตัวออกห่างจากกลุ่มคน
“ไอหยา ข้าจำได้ว่าก่อนนางจะไป นางพยายามไอใส่นายหญิง นายหญิงได้รับเชื้อแล้วหรือไม่เจ้าคะ?”
อยู่ๆ ป๋ายซูก็ร้องออกมา
ทว่าหลินเมิ้งหยากลับถลึงตาใส่นาง นับตั้งแต่วันที่เข้าวังมา นางชักจะเริ่มฉลาดน้อยลง
มุมปากกระตุกยิ้มจางๆ ก่อนจะตบบ่าป๋ายซูเบาๆ
“กว่าเจ้าจะนึกได้ข้าก็คงถูกเผาเหลือแต่กระดูกแล้ว วางใจเถิด ข้ามีภูมิคุ้มกันโรคนี้ ฉะนั้นไม่มีทางติดเชื้ออย่างแน่นอน”
ป๋ายซูและซูหลานมองทางหลินเมิ้งหยา ดวงตาของทั้งคู่ฉงนงงงวย
หลินเมิ้งหยากระแอมเบาๆ ก่อนจะหลุบตาต่ำอธิบาย
“ก็…ยาถอนพิษอย่างไรเล่า ข้าเคยกินยาถอนพิษโรคนี้มาตั้งแต่เด็ก ฉะนั้นโรคนี้จึงไม่มีผลต่อ