างกำลังเสื่อมถอย ฉะนั้นหากนางทำให้นายหญิงพึงพอใจได้ เช่นนั้นนางก็จะสามารถแต่งงานกับคนดีๆ ได้เช่นเดียวกัน แต่ต่อให้ยังมิได้แต่งงานออกเรือน อีกไม่กี่ปีนางก็จะได้ออกจากวังแล้ว ครอบครัวของนางยังรอคอยการกลับไปของนางอยู่ แม้ว่า…แม้ว่าจะเพื่อหาผลประโยชน์จากนางก็ตาม”
ยิ่งคิดหลินเมิ้งหยาก็ยิ่งเชื่อมั่นในการคาดเดาของตน
คนที่เกลียดนางที่สุดในเรือนแห่งนี้เห็นจะเป็นเจินจู
ยิ่งไปกว่านั้น ป๋ายซูเคยเล่าให้ฟังว่าเจินจูแอบทำตุ๊กตาสาปแช่งนาง
เห็นได้ชัดว่าเจินจูต้องการให้นางตาย
นางเคยเห็นสายตาอาฆาตมาดร้ายของเจินจูมาก่อน ดวงตาคู่นั้นเปี่ยมไปด้วยความเคียดแค้นและเสียสติ
แต่หลินเมิ้งหยารู้สึกได้ว่าแรงแค้นของเจินจูมิได้เกิดจากการถูกหลินเมิ้งหยาแก้เผ็ดในสำนักหมอหลวงวันนั้น ถ้าจะพูดให้ถูกก็คือนั่นไม่ใช่เหตุผลของความแค้นทั้งหมด
หากเจินจูยังมีเหตุผลอื่นที่เคียดแค้นนางเล่า? หรือว่า…
“พวกเจ้าไม่คิดว่ามันแปลกหรือ? ระยะฟักตัวของโรคนี้ยาวนานมาก หากพูดให้พูดก็คือเจินจูมิได้ติดเชื้อเพียงวันสองวัน อย่าว่าแต่พวกเจ้าเลย แม้แต่หมาหน่าวที่กินนอนร่วมกันกับนางเองก็มิได้ติดเชื้อ หรือพวกเจ้าจะบอกข้าว่าร่างกายของหมาหน่าวสามารถทนทานต่อโรคภัยไข้เจ็บได้อย่างนั้นหรือ?”
คำพูดของหลินเมิ้งหยาทำให้สาวใช้ทั้งสองงงงวย
เมื่อคิดตามหลินเมิ้งหยาทัน ทั้งป๋ายซูและซูหลานต่างพากันสูดลมหายใจเย็นยะเยือกเข้าปอด
“หรือว่า…เหตุที่นางปล่อยให้ตัวเองติด