ยังต้องการใช้บันทึกชีพจรเล่มนี้อยู่ ไม่ทราบว่าใต้เท้าซูรอสักหน่อยได้หรือไม่เจ้าคะ? หลังจากใช้งานเสร็จแล้ว หนู่ปี้จะรีบนำไปส่งมอบให้ท่านทันที”
คำพูดของป๋ายซูทำให้ซูถงประหลาดใจ
หันไปมองหลินเมิ้งหยาเพื่อขอความช่วยเหลือ
“ดูความจำของข้าเถิด เมื่อวานข้าเป็นคนสั่งป๋ายซูเองว่าส่วนประกอบยายังต้องปรับเปลี่ยนอีกเล็กน้อย”
แม้หลินเมิ้งหยาจะไม่รู้ว่าเหตุใดป๋ายซูจึงเอ่ยเช่นนี้ แต่นางก็ให้ความร่วมมือกับป๋ายซูเป็นอย่างดี
สาวใช้ของนางรู้ดีว่าอะไรสำคัญหรือไม่สำคัญ แสดงว่าจะต้องเกิดเรื่องผิดปกติขึ้นอย่างแน่นอน
ในเมื่อพระชายาออกปากเอง ซูถงจึงไม่คิดคัดค้าน เขาทำได้เพียงขอตัวออกไป
ห้องเล็กจึงเหลือเพียงนายบ่าวสองคน หลังจากสบตากันแล้ว หลินเมิ้งหยาจึงเข้าไปยืนที่ฝั่งตรงข้ามของประตูพร้อมกันกับป๋ายซู
เท่านี้ก็ป้องกันมิให้ใครได้ยินสิ่งที่พวกนางกำลังจะพูดกันได้แล้ว ซ้ำยังสามารถให้พวกเขาเห็นการเคลื่อนไหวของพวกนางได้อีกด้วย
“นายหญิง บันทึกชีพจรของฮ่องเต้หายไปเจ้าค่ะ”
เหงื่อผุดขึ้นที่หน้าผาก แม้ป๋ายซูจะไม่รู้กฎระเบียบในวังมากนัก แต่นางรู้ดีว่าของทุกอย่างซึ่งเกี่ยวข้องกับฮ่องเต้ล้วนเป็นของสำคัญ
“อะไรนะ? หายไป? ไม่มีทางหรอก ข้าจำได้ว่าข้าเก็บไว้ในลิ้นชักโต๊ะแล้ว พวกเราลองหาดูอีกรอบเถิด พยายามอย่าทำให้พวกเขาสงสัย”
หลินเมิ้งหยาเองก็รู้สึกตกใจไม่แพ้กัน นี่มันเรื่องตลกอะไรกันแน่
บันทึกชีพจรคือบันทึกอาการประชวรของฮ่องเต้