ะทำให้พวกท่านได้ขบขันเสียแล้ว”
สีหน้าของซูถงยังคงเหมือนเดิม ทว่าแววตาสั่นไหวเล็กน้อย
เหตุที่หลินเมิ้งหยาเอ่ยเช่นนี้แสดงให้เห็นว่านางรู้เรื่องที่พวกเขาแอบดูส่วนประกอบยาของนางแล้ว
อันที่จริงเรื่องนี้แทบจะเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของสำนักหมอหลวงไปแล้ว พวกเขาอยากรู้ว่าหลินเมิ้งหยาวางแผนไว้เช่นไรก็เท่านั้น แต่ใครจะรู้ว่าสูตรยาทั้งหมดของนางมิต่างอันใดจากสูตรยาผีบอก พวกเขาอ่านไม่ออกเลยแม้แต่คำเดียว
ยิ่งได้รู้จัก พวกเขาก็ยิ่งรู้สึกว่าชายาอวี้ฉลาดล้ำลึกเหมือนอย่างที่ทุกคนกล่าวขาน
บางทีพวกเขาอาจประเมินผู้หญิงคนนี้ต่ำไปตั้งแต่แรก
“พระชายาถ่อมตัวเกินไปแล้ว เหตุเพราะชีพจรของฮ่องเต้เกี่ยวข้องกับราชอาณาจักรแห่งนี้ ฉะนั้นทุกคนจึงต้องตรวจสอบอย่างละเอียดรอบคอบ ส่วนผลชีพจรแต่ก่อนเป็นเช่นไรนั้น เชิญพระชายานำบันทึกรายงานออกมาแลกเปลี่ยนความเห็นกับทุกคนดีหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”
ที่จริงก็แค่อยากมายืมของแต่เพียงเท่านั้น หลินเมิ้งหยาถูกคำพูดอ้อมค้อมของเขาทำให้พูดไม่ออก
นางหาใช่คนโรคจิต เหตุใดจึงต้องพูดจาอ้อมค้อมเช่นนั้นด้วยเล่า?
“ป๋ายซู เจ้าไปหยิบบันทึกชีพจรออกมามอบให้ใต้เท้าซูเถิด”
รายงานชีพจรอยู่ในลิ้นชัก ป๋ายซูน้อมรับคำสั่งแล้วเดินเข้าไปที่โต๊ะ เพียงควานมือเข้าไปในลิ้นชัก สีหน้าของนางพลันตื่นตะลึงเล็กน้อย
“เป็นอะไรไป?”
หลินเมิ้งหยาสังเกตเห็นความผิดปกติจึงเอ่ยถาม
“คือว่า…ใต้เท้าซู หนู่ปี้เพิ่งนึกออกว่าวันนี้นายหญิง