้ แต่วันนี้บันทึกชีพจรกลับหายไป เรื่องนี้ไม่มีทางปิดเอาไว้ได้อย่างแน่นอน
แม้จะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายคิดจะทำอะไร แต่ถ้าหากประสงค์ร้ายกับนาง เช่นนั้นพวกเขาก็ฝันไปก่อนเถิด
ช่างเป็นแผนที่ฉลาดล้ำยิ่งนัก อีกนิดเดียวนางก็เกือบจะตกอยู่ในเงื้อมมือของอีกฝ่ายแล้ว
มุมปากกระตุกยิ้มเย็นชา หลินเมิ้งหยากวาดสายตามองเหล่าหมอหลวงที่ดูใสซื่อไร้เดียงสาด้านนอก
คิดจะทำร้ายนาง? แม้แต่เทพสวรรค์ยังทำไม่ได้เลย!
หลังจากผ่านไปหนึ่งชั่วโมง หลินเมิ้งหยานำกล่องเก็บบันทึกชีพจรไปมอบให้ใต้เท้าซูด้วยตนเอง
ดวงตาของป๋ายซูเผยให้เห็นถึงความกระวนกระวาย โดยเฉพาะหลังจากที่ได้เห็นกล่องผ้าใบนั้น นางรีบหันหน้าหนีทันที ราวกับมีเรื่องบางอย่างเกิดขึ้น
“ขออภัยที่ปล่อยให้ใต้เท้าซูและทุกท่านต้องรอนาน บันทึกชีพจรของฮ่องเต้ละเอียดยิ่งนัก ดังนั้นผู้น้อยเช่นข้าจึงต้องใช้เวลาในการคิดนานสักหน่อย ตอนนี้ข้าขอมอบบันทึกชีพจรคืนให้แก่พวกท่าน ได้โปรดอภัยให้ข้าด้วย”
วางกล่องผ้าลงกลางโต๊ะ สายตาของทุกคนถูกกล่องผ้าดึงดูด
ซูถงรีบรับกลับไปเพื่อป้องกันมิให้เหล่าลูกศิษย์ซึ่งยังมีคุณสมบัติไม่มากเพียงพอมองเห็น ก่อนจะเปิดกล่องออกพร้อมกับใต้เท้าอีกสามคน
หลินเมิ้งหยาหลบไปยืนอีกฝั่ง สายตามิเปิดเผยร่องรอยของความผิดปกติใดๆ
แต่ละคนล้วนมีความโดดเด่นของตนเอง ดังนั้นหลินเมิ้งหยาจึงเตรียมใจเอาไว้แล้ว
“ท่านอาจารย์ ศิษย์มีคำถาม ไม่ทราบว่าถามออกมาได้หรือไม่?”
เสียงสั่นเครือ