เสียงหนึ่งดังขึ้นเรียกความสนใจจากหลินเมิ้งหยา
ผินหน้าไปมอง ก่อนจะได้เห็นใบหน้าอันคุ้นเคย ดวงตากลมโตของเขาราวกับคนไร้เดียงสา ชายคนนี้คือเสี่ยวเฟิงมิใช่หรือ?
“มีเรื่องอะไร? ไม่เห็นหรืออย่างไรว่าข้ายุ่งอยู่?”
ชายวัยกลางคนอายุราวสี่สิบกว่าปีดุ
เสี่ยวเฟิงหันหน้าไปหาอาจารย์ของตนเอง ร่างกายสั่นเทิ้ม แต่ถึงกระนั้นก็ยังกัดริมฝีปากแน่น ใบหน้าของเขาแดงก่ำราวกับว่ากำลังรวมรวมความกล้าเพื่อจะพูดบางสิ่ง
“ท่านอาจารย์…บันทึกชีพจร…เป็นของปลอมขอรับ!”
คำพูดนี้ทำให้คนทั้งหมดตกอยู่ในอาการตื่นตระหนก
ทว่าหลินเมิ้งหยากลับมีท่าทีสงบนิ่งเป็นปกติ หยักยิ้มเล็กน้อยราวกับมิได้รู้สึกกังวล
“ไร้สาระ! บันทึกเล่มนี้เป็นของจริง! เจ้าเป็นเพียงแพทย์ฝึกหัดอย่าได้คิดพูดจาเหลวไหล!”
ชายผู้มีนามว่าเหอเทียนตะคอก แม้เขาจะไม่เคยรู้จักกับหลินเมิ้งหยาเป็นการส่วนตัว แต่ถึงกระนั้นเขาก็ให้ความเคารพนางเหมือนอย่างที่ซูถงทำ
แต่ชิวอวี้เคยเตือนนางแล้วว่าให้ระมัดระวังพวกใต้เท้าทั้งสี่เอาไว้ ฉะนั้นหลินเมิ้งหยาจึงไม่เคยทำความรู้จักกับพวกเขาเป็นการส่วนตัวมาก่อน
“ท่านอาจารย์ ข้าหาได้พูดจาเหลวไหล เหตุเพราะเมื่อวาน…เมื่อวาน…พี่หลิวอีได้เห็นสิ่งที่ไม่สมควรเห็น ฉะนั้นจนกระทั่งตอนนี้พี่หลิวอีก็ยังไม่กลับมาเลยขอรับ”
แสดงละครเก่งดีนี่ อีกนิดเดียวก็จะได้รางวัลตุ๊กตาทองแล้ว
หลินเมิ้งหยามองการแสดงตรงหน้าด้วยท่าทางสนอกสนใจ
“อะไรนะ? เสี่ยวเฟิง เจ้าจงพูดใ