ดเอาไว้มากเจ้าค่ะ”
แม้ป๋ายซูจะถูกฝึกจนชินชากับการฆ่าฟันและการนองเลือดแล้ว แต่นางกลับรู้สึกหายใจหายคอไม่คล่องเมื่อต้องเจอกับแผนร้ายและเล่ห์กลต่างๆ ในวังหลวง
“ข้าเองก็หาได้รู้สึกชินชากับเหตุการณ์เช่นนี้ไม่ เมื่อเทียบกับจวนเราแล้ว ปัญหาที่นั่นกลายเป็นเรื่องหยุมหยิมไปในทันที ได้เกิดเป็นองค์ชายแล้วอย่างไรเล่า เด็กในวังหลวงจะมีโอกาสเติบโตได้สักกี่คนกันเชียว ยิ่งไปกว่านั้น ต่อให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ก็ใช่ว่าจะมีความสุข”
ใบหน้าหล่อเหลาของใครบางคนเริ่มผุดขึ้นมาในห้วงความคิด
เขาเองก็เติบโตมาในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ใช่หรือไม่? เหตุเพราะต้องเอาตัวรอดจากเล่ห์กลเหล่านี้นับครั้งไม่ถ้วน ดังนั้นเขาจึงกลายเป็นคนเย็นชาอย่างนั้นหรือ? ตอนแรกที่นางทุ่มเทแรงกายแรงใจเพื่อช่วยชีวิตหลงอิงฮวาก็เพราะใบหน้าของเขาคล้ายคลึงกับใบหน้าของหลงเทียนอวี้
ป๋ายซูมองเจ้านายของตนด้วยสีหน้าประหลาดใจ น้อยครั้งนักที่นายหญิงจะเหม่อลอยเช่นนี้
มือเล็กโบกตรงหน้านายหญิง ทว่านายหญิงกลับไม่ตอบสนอง
“คิก คิก” ป๋ายซูหัวเราะคิกคัก หลินเมิ้งหยาจึงได้สติกลับมา ก่อนจะหันหน้าไปจ้องสาวใช้ของตน
“เจ้าขำอะไร?”
มองนางด้วยแววตาสงสัย แต่กลับได้เห็นสีหน้าอ่อนโยนของป๋ายซู
“เช่นนั้นนายหญิงบอกข้าก่อนเถิดว่ากำลังคิดอะไรอยู่กันแน่? เหม่อลอยอยู่หรือเจ้าคะ? หรือเพราะได้เห็นใบหน้าขององค์ชายสิบจึงทำให้คิดถึงองค์ชายอีกพระองค์?”
หลินเมิ้งหยาฉีกยิ้มพร้อมทั้งถลึงตาใส่น