ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง อยู่ๆ สายตาของหลงเทียนอวี้พลันเหลือบเห็นเสี่ยวซีซึ่งสวมใส่เสื้อผ้าของคนรับใช้ในวังหลวงเดินเข้าไปในประตูใหญ่ของตำหนักหยาเสวียน
แม้เขาจะไม่สามารถจำใบหน้าข้าทาสบริวารในจวนได้ทั้งหมด แต่เขากลับรู้สึกว่าทาสรับใช้แปลกหน้าคนนั้นมีบางอย่างผิดปกติ
“เจ้าเคยเห็นเขาหรือไม่?”
มองแผ่นหลังของเสี่ยวซีซึ่งผลุบหายเข้าไปในตำหนักหยาเสวียน หลงเทียนอวี้เอ่ยถามขึ้นมา
“เขาเป็นขันทีของวังหลวงขอรับ เขาจะมาที่นี่เดือนละหนึ่งครั้ง ข้าน้อยเคยติดตามเขาอยู่หลายครั้ง ทุกครั้งเขาจะเดินทางออกจากวังหลวงมายังจวนของพวกเราโดยตรง แต่ทุกครั้งที่มาเขามักจะมุ่งตรงไปที่ตำหนักหยาเสวียนเพียงที่เดียวและอยู่ที่นั่นราวหนึ่งชั่วโมง ข้าน้อยไม่อยากแหวกหญ้าให้งูตื่น ดังนั้นจึงมิได้เข้าไปทำอันใดเขาขอรับ”
สาเหตุที่เย่ไม่เคยรายงานเรื่องนี้มาก่อน นั่นหมายความว่าขันทีคนนี้มิได้ทำเรื่องผิดปกตินอกจากการหลบๆ ซ่อนๆ มายังตำหนักหยาเสวียนเดือนละครั้งเท่านั้น
หันกลับไปมองทางประตูตำหนักหยาเสวียนด้วยความสงสัยอีกครั้งหนึ่ง
แต่ไหนแต่ไรมาฮองเฮาและหมู่เฟยเปรียบเสมือนน้ำกับไฟ หรือคนที่ออกมาจากวังหลวงจะเป็นคนที่พวกเหนียงเหนียงคนสนิทของหมู่เฟยส่งมากันนะ?
แต่พอลองครุ่นคิดดูอีกครั้งแล้วก็ยังแปลกอยู่ดี หากเป็นเช่นนั้นเขาก็ต้องเดินทางเข้ามาในจวนอย่างเปิดเผย มิใช่หลบๆ ซ่อนๆ เข้ามาเช่นนี้
“สั่งให้คนจับตามองเขาไว้ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าใครเป็น