ผู้ส่งเขามาและเขามาทำอะไร”
เย่ไม่เอ่ยค้าน เขาหายตัวไปทันที
หมุนตัวและเดินออกจากตำหนักหยาเสวียน ทว่าหัวใจของหลงเทียนอวี้ราวกับมีลมพายุหมุนวนอยู่ภายใน อยู่ๆ เขาก็จำสิ่งที่หลินเมิ้งหยาเอ่ยเตือนขึ้นมาได้…เขาจะต้องจับตามองหมู่เฟยให้ดี
ดูเหมือนนางจะรู้อะไรบางอย่างมา แม้นางจะชอบแสดงท่าทางเหมือนไม่สนใจ แต่ทุกการเคลื่อนไหวในจวนมิอาจรอดพ้นไปจากสายตาของนาง
หรือนางจะพบว่าหมู่เฟยมีความผิดปกติอันใด?
แหงนหน้ามองแสงแดดอบอุ่น ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด อยู่ๆ หลงเทียนอวี้ก็อยากเห็นใบหน้าเปื้อนยิ้มงดงามอบอุ่นดั่งดวงอาทิตย์ของใครบางคน
ขาก้าวมาหยุดอยู่ที่ตำหนักหลิวซินโดยไม่ได้ตั้งใจ
มือทั้งสองข้างผลักประตูบานใหญ่ออก แต่สิ่งที่ต้อนรับเขามีเพียงความว่างเปล่า
บุปผาบานสะพรั่งชูช่องดงาม แต่เมื่อไร้เจ้านาย บรรยากาศจึงแปรเปลี่ยนเป็นโศกเศร้า
“ถวายพระพรท่านอ๋อง”
เสียงอันเจือไว้ซึ่งความกระวนกระวายดังขึ้น หลงเทียนอวี้ก้มหน้าลงก่อนจะเห็นผอจื่อสวมผ้าเนื้อหยาบสีเทาคุกเข่าอยู่บนพื้น ข้างกายนางคือไม้กวาดเก่าๆ อันหนึ่ง
“คนในตำหนักนี้เล่า? เหตุใดจึงเหลือเจ้าเพียงคนเดียว?”
แต่ก่อนตำหนักแห่งนี้เปี่ยมไปด้วยเสียงหัวเราะ แต่หลังจากหลินเมิ้งหยาเข้าไปอยู่ในวังหลวง ความเงียบงันจึงปกคลุมทั่วทั้งตำหนัก
“ทูลท่านอ๋อง พระชายาอนุญาตให้แม่นางทั้งสามหยุดพักผ่อน เสี่ยวป๋ายและเสือน้อยเองก็ถูกส่งกลับไปเช่นเดียวกัน ส่วนผอจื่อคนอื่นๆ ถูกแม่นางหยุ