่างนั้น”
หลินเมิ้งหยาแหงนหน้ามองท้องฟ้า ลางสังหรณ์ของนางแม่นยำเสมอ แม้นางจะไม่รู้สถานการณ์ของวังหลังและราชสำนัก แต่การที่ทุกคนในวังหลวงกำลังตกอยู่ในอันตรายก็หาใช่เรื่องดี
หลังจากทำงานยุ่งที่สำนักหมอหลวงตลอดทั้งวัน หลินเมิ้งหยาก็นำสูตรยาของตนเองวางไว้ที่หัวโต๊ะ
ตัวอักษรภาษาอังกฤษและโรมันเขียนอยู่บนกระดาษ นางไม่เชื่อหรอกว่ายุคสมัยนี้จะมีใครอ่านตำรับยาของนางออก ยิ่งไปกว่านั้น นี่เป็นเพียงตัวอย่างเท่านั้น แต่สูตรยาที่แท้จริงอยู่ในระบบเซินหนงของนาง
หลังจากคำนวณทุกอย่างและความเป็นไปได้อีกหลายร้อยรูปแบบแล้ว ตอนนี้เหลือเพียงรอเวลารักษาอาการประชวรของฮ่องเต้แต่เพียงเท่านั้น
กล่าวลาคนของสำนักหมอหลวง หลินเมิ้งหยาและป๋ายซูกลับไปยังเรือนเล็กด้วยสภาพอ่อนล้า
เพียงเดินผ่านประตูเข้าไป ซูหลานก็รีบวิ่งเข้ามาพาหลินเมิ้งหยาไปยังห้องขององค์ชายสิบ
“เกิดอะไรขึ้น?”
เพียงเดินผ่านประตูเข้ามา นางได้เห็นสีหน้าตื่นตระหนกของแม่นม
ส่วนองค์ชายสิบที่เคยแจ่มใสร่าเริงกลับนอนซมอยู่บนเตียง ดวงตาปิดสนิท คิ้วขมวดเข้าหากันราวกับกำลังรู้สึกเจ็บปวดทรมาน
“หลังจากองค์ชายเสวยอาหารเย็นก็กลายเป็นเช่นนี้เพคะ หนู่ปี้กำลังจะไปเชิญพระองค์เสด็จกลับจากสำนักหมอหลวงพอดี หนู่ปี้ไม่รอบคอบเอง พระชายาได้โปรดลงโทษด้วย”